thansettakij
thansettakij
ภารกิจกู้เรือขวางคลองสุเอซเข้าสู่วันที่ 7 ผู้เชี่ยวชาญคาดโอกาสสำเร็จ 50%

ภารกิจกู้เรือขวางคลองสุเอซเข้าสู่วันที่ 7 ผู้เชี่ยวชาญคาดโอกาสสำเร็จ 50%

29 มี.ค. 64 | 03:34 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มี.ค. 64 | 10:42 น.

ภารกิจกู้เรือ Ever Given (เอเวอร์ กิฟเว่น) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซมาตั้งแต่วันอังคารที่ 23 มี.ค.นั้นได้เข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังทีมเจ้าหน้าที่ทำการขุดริมฝั่งคลองสุเอซบางส่วนเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายเรือดังกล่าวด้วยการดึงลาก

นายปีเตอร์ เบอร์ดาวสกี ซีอีโอของ บริษัท บอสคาลิส (Boskalis) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ภารกิจกู้เรือขวางคลองสุเอซ ครั้งนี้กล่าวว่า "ปฏิบัติการกู้เรือในช่วงเวลา 04.00-05.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นในวันนี้ ดำเนินไปอย่างตึงเครียด การเป็นไปของภารกิจในส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสภาพดินที่อยู่ใต้ท้องเรือ แต่ผมคาดว่ามีโอกาส 50% ที่ภารกิจจะสำเร็จ"

ขณะนี้ ยังคงมี การขุดลอกคลองสุเอซ อย่างต่อเนื่อง และมีเรือลากอีกหนึ่งลำกำลังเดินทางไปยังตำแหน่งของ เรือ Ever Given โดยทีมปฏิบัติการขุดลอกคลองได้ขุดทรายออกมาแล้ว 2.7 หมื่นลูกบาศก์เมตรจากการขุดสองฝั่งของคลองสุเอซเข้าไปเป็นระยะทางลึก

ปีเตอร์ เบอร์ดาวสกี

 

ด้านนายโมฮาบ มามิช ที่ปรึกษาด้านการบริหารคลองสุเอซของประธานาธิบดีอียิปต์ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า หากยังไม่สามารถกู้เรือ Ever Given ให้กลับมาลอยลำได้ภายในคืนวันนี้ (29 มี.ค.) ทีมเจ้าหน้าที่จะเริ่มขนตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือดังกล่าวภายในวันพรุ่งนี้ (30 มี.ค.) เพื่อให้เรือมีน้ำหนักเบาขึ้น โดยขณะนี้กำลังมีการเตรียมกว้านเรือในเมืองอเล็กซานเดรียเพื่อนำมาใช้ในการขนตู้คอนเทนเนอร์

ทั้งนี้ จำนวนเรือที่ยังคงรอสัญจรผ่านคลองสุเอซนั้นมีมากกว่า 450 ลำแล้ว หรือมากกว่าจำนวนเรือทั้งหมดของกองทัพเรือสหรัฐ โดยข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า เมื่อวานนี้มีเรือ 453 ลำที่รอสัญจรผ่านคลองสุเอซอยู่ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงแรก ๆ หลังเกิดเหตุเรือ Ever Given เกยตื้นที่มีเรือราว 100 ลำเท่านั้นที่รอสัญจร

 

มีการขุดทรายออกมาแล้ว 2.7 หมื่นลูกบาศก์เมตร

ขณะเดียวกันเรือขนส่งสินค้าบางส่วน ได้เลือกเดินเรืออ้อมไปยังทิศใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้เวลานานกว่าและมีค่าใช้จ่ายมากกว่า และหลายบริษัทก็ได้ออกประกาศว่าอาจเกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้า       

เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซ้ำเติมผลกระทบเดิมอันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากคลองสุเอซเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าราว 12% ของการค้าโลก และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าที่สำคัญที่สุดในโลก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้เชี่ยวชาญเผยเพราะอะไร “เครนยักษ์” ไม่ใช่ทางออก สำหรับการกู้เรือ Ever Given ขวางคลองสุเอซ

เกาะติดปฏิบัติการสุดหิน ย้ายเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ

สหรัฐเสนอตัวช่วยเหลืออียิปต์ แก้ปัญหาเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ

เอกชนไทยหวั่นเรือสินค้าขวางคลองสุเอซกระทบส่งออก

เรือยักษ์ขวางลำคลองสุเอซ สะเทือนการค้าโลก