thansettakij
thansettakij
'อินทัช' ชูแนวคิดเติบโตแบบยั่งยืน

'อินทัช' ชูแนวคิดเติบโตแบบยั่งยืน

01 มี.ค. 60 | 07:00 น.
วันที่ 31 มีนาคม จะครบกำหนด 1 ปีที่ ฟิลิป เชียง ชอง แทน นั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัชโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทสื่อสารอันดับ 1 ของประเทศ ที่มีมูลค่าสินทรัพย์มากกว่าแสนล้านบาท

เพราะอินทัชถือหุ้นในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่มีจำนวนผู้ใช้ 41 ล้านราย,บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) , บริษัท ซีเอสล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตามปีที่ผ่านมา ฟิลิป ชูแนวความคิด “อินทัช” เป็น “Sharing success” แต่ทว่าในปีนี้วางกลยุทธ์ ภายใต้แนวคิด "CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH" หรือ มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ผุ้ถือหุ้น ภาคธุรกิจและผู้บริโภค ตลอดจนภาคชุมชน สังคมและประเทศ

 3 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน

สำหรับในปีนี้ “ฟิลิป” บอกว่า ภายใต้แนวความคิดดังกล่าว บริษัทมุ่งพัฒนาธุรกิจผ่านการทำงานด้วยกัน 3 ด้าน คือ ด้านแรก คือ การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น:มุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์ และการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการลงทุนและบริหารงานในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี

ส่วนที่ 2 คือ การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ภาคธุรกิจและผู้บริโภค: โดยบริษัทจะแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการตั้งงบในการศึกษาวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ 250 ล้านบาท หาโอกาสลงทุนในดิจิตอล เซอร์วิส IoTและบิ๊กดาต้า

ขณะที่ด้านสุดท้าย คือ การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ภาคชุมชน สังคมและประเทศชาติ:โดยยึดมั่นหลักการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ และพร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมการสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรธุรกิจ สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals - SDGs)

  ขยายธุรกิจเพิ่ม

นอกจาก อินทัช จะสร้างการเติบโตทั้ง 3 ด้านแล้วเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และ ในฐานะที่บริษัทด้านการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ เป้าหมายหลักในการดำเนินงานของบริษัทฯ คือการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว และหนึ่งในกลยุทธ์ของอินทัชก็คือการขยายธุรกิจให้มีความหลากหลาย เพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตาม“ภายใต้แนวคิด “CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH” ได้วางกลยุทธ์ไว้หลายด้านในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจการร่วมค้า (Joint Venture) การควบรวมกิจการ (Merger and Acquisition) และ/หรือการสร้างการเติบโตจากธุรกิจปัจจุบัน ซึ่งสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆเพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคหรือตลาดระดับองค์กร

“อินทัช เปิดกว้างในการหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้เราสามารถนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า อย่างไรก็ดี อินทัชจะพิจารณาโอกาสทางธุรกิจและคัดเลือกอย่างรอบคอบในการลงทุนธุรกิจใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทจัดสรรงบประมาณ ในการศึกษาพัฒนาธุรกิจใหม่ ในเบื้องต้นอยู่ที่ 250 ล้านบาท” นายฟิลิป กล่าว

  จ่ายปันผล

สำหรับในปีที่ผ่านมา อินทัช มีผลกำไรลดลงจากปีก่อน 21% อยู่ที่ 12,708 ล้านบาท อันสืบเนื่องมาจากการที่ เอไอเอส มีต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ ไทยคม มีรายได้ลดลง ทว่าบริษัทก็ยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ตามกำหนดนโยบายเงินปันผล นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาอินทัชออกจากการลงทุนไป 2 โครงการ โดยได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 20% รวมทั้งมีการพิจารณาโครงการใหม่ 4 โครงการ เป็นโครงการที่สำเร็จแล้ว 2 โครงการ และอยู่ในระหว่างดำเนินการ 2 โครงการ ทั้งนี้ อินทัชยังคงแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่

ในส่วนโครงการ “อินเว้นท์” ในปีที่ผ่านมาได้เข้าไปร่วมลงทุนทั้งหมด 10 บริษัท บริษัทรายล่าสุด คือ บริษัท Social Nation พัฒนาเทคโนโลยีการโฆษณาแบบ VR

และทั้งหมด คือ กลยุทธ์ของ อินทัช ในปีนี้ที่ชูแนวความคิดภายใต้ “CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,239
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2560