
ปวดเข่าอย่าหยุดขยับ แพทย์เตือน ยิ่งพักยิ่งเสื่อม-แนะฟื้นฟูได้ไม่ต้องผ่า
ปวดเข่าแล้วหยุดเดินกลับยิ่งทำให้ “ข้อเข่าเสื่อม” หนักขึ้น แพทย์แนะวิธีออกกำลังกายที่ถูกต้องเพื่อเสริมกล้ามเนื้อพยุงข้อ ช่วยชะลอความเสื่อมและลดปวดได้
KEY
POINTS
- แพทย์เตือนว่าความเชื่อที่ว่าเมื่อปวดเข่าควรหยุดพักเป็นความเข้าใจผิด เพราะการไม่ขยับจะทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแอลงและอาการเสื่อมแย่ลง
- การออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น เดินทางราบ ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังในน้ำ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อพยุงข้อเข่า ลดแรงกระแทกและบรรเทาอาการปวด
- การดูแลข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้นถึงปานกลางด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และกายภาพบำบัด สามารถช่วยชะลอความเสื่อมและฟื้นฟูได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
ปัจจุบัน “ข้อเข่าเสื่อม” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่ต้องใช้งานข้อเข่าหนักเป็นเวลานาน หรือผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า ภาวะดังกล่าวเกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ สึกหรอ จนข้อเข่ารับแรงกระแทกได้น้อยลง เกิดการเสียดสีภายในข้อ ส่งผลให้มีอาการปวด ข้อฝืด บวม เดินได้ไม่ไกล ลุกนั่งลำบาก หรือเจ็บมากขึ้นขณะขึ้นลงบันได
ปวดเข่าแล้วหยุดขยับทำ ‘ข้อเข่า’ เสื่อมมากขึ้น
หลายคนเมื่อมีอาการปวดเข่าก็พยายามหลีกเลี่ยงทุกกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่า เพราะเชื่อว่าการเคลื่อนไหวจะยิ่งทำให้ข้อเข่าเสื่อมหนักกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อนี้อาจกำลังทำให้ข้อเข่าอ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว
นพ.ไพบูลย์ ชัยชาญชีพ แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) กล่าวว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าเมื่อเริ่มปวดเข่าแล้วควรพักการใช้งานข้อเข่าให้มากที่สุด ทั้งที่ในทางการแพทย์ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมถือเป็นส่วนสำคัญของการรักษา โดยเฉพาะในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
“การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกหรอกลับมาเหมือนเดิม แต่ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และแกนกลางลำตัว ซึ่งมีบทบาทช่วยพยุงข้อเข่า ลดแรงกระแทก และทำให้การเคลื่อนไหวมั่นคงขึ้น”
ออกกำลังกาย-ลดน้ำหนัก ลดอาการปวดข้อเข่า
เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นภาระที่ข้อเข่าต้องรับจะลดลง ผู้ป่วยจำนวนมากที่ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจึงสามารถเดินได้ดีขึ้น ลุกนั่งสะดวกขึ้น และมีอาการปวดลดลง แม้ว่าความเสื่อมของกระดูกอ่อนจะไม่ได้หายไปก็ตาม
นพ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม การเคลื่อนไหวทุกชนิดอาจจะมีความเหมาะสมไม่เท่ากัน กิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่งหนัก การกระโดด การสควอตลึก การนั่งยอง ๆ หรือการขึ้นลงบันไดซ้ำ ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดเพิ่มขึ้นในบางราย
ดังนั้น กิจกรรมที่แพทย์แนะนำ ได้แก่ การเดินบนพื้นราบ การปั่นจักรยาน การออกกำลังกายในน้ำหรือเดินในน้ำ รวมถึงการยืดกล้ามเนื้อต้นขาและน่อง ตลอดจนการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อสะโพก และแกนกลางลำตัว เพื่อช่วยพยุงข้อเข่าและเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การดูแลข้อเข่าเสื่อมยังต้องอาศัยการควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การทำกายภาพบำบัด และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดอาการปวดและชะลอความเสื่อมของข้อเข่า
การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธี
แนวทางการรักษาในปัจจุบันหากข้อเข่าเสื่อมรุนแรง มีอาการปวดมาก เดินได้น้อยลง ข้อเข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกในการรักษา
ขณะที่ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเทคนิคการผ่าตัด วัสดุข้อเทียม การควบคุมความเจ็บปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด
อย่างไรก็ตาม เข่าเสื่อมไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกราย และการออกกำลังกายก็ไม่ได้ทำให้เข่าหายเสื่อม แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยชะลออาการ เพิ่มทางเลือกในการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว







