
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 930 จุด ทรัมป์ยกเลิกโจมตีอิหร่าน-ลุ้นลงนามสันติภาพ
ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 930 จุด หุ้นชิปรีบาวด์แรง รับทรัมป์เบรกแผนโจมตีอิหร่าน นักลงทุนลุ้นดีลสันติภาพสัปดาห์นี้ ขณะ SpaceX เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ IPO
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นกว่า 900 จุด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน
- การตัดสินใจของทรัมป์ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด
- นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นหลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจลงนามในข้อตกลงสันติภาพได้ในเร็วๆ นี้
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 900 จุดในวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน
ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดตัวซื้อขายหุ้น SpaceX ของอีลอน มัสก์ ในวันนี้ (12 มิ.ย.)
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,848.75 จุด เพิ่มขึ้น 929.97 จุด หรือ +1.86%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,394.30 จุด เพิ่มขึ้น 127.31 จุด หรือ +1.75%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,809.66 จุด เพิ่มขึ้น 640.16 จุด หรือ +2.54%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้น หลังจากทรัมป์ประกาศยกเลิกการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเดิมได้กำหนดในไว้วันพฤหัสบดี นอกจากนี้ ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจลงนามในข้อตกลงสันติภาพอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเปิดทางให้เรือสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง
การประกาศยกเลิกโจมตีอิหร่าน เกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่ทรัมป์โพสต์คำขู่บน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในคืนวันพฤหัสบดี
โดยจะทำการยึดเกาะคาร์ก และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันอื่น ๆ รวมทั้งเข้าควบคุมตลาดน้ำมันและก๊าซทั้งหมดของอิหร่าน เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ ได้ดำเนินการกับเวเนซุเอลา
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 3.26% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 3.25%
ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.06% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.47%
หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปในดัชนี S&P500 ฟื้นตัว หลังจากถูกเทขายออกมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 7.9%
หุ้น Oracle ดิ่งลง 8.5% หลังจากบริษัทประกาศแผนเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) โดยคาดว่างบการลงทุนจะสูงถึง 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทประมาณการไว้
บริษัท SpaceX เตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในวันนี้ โดยคาดว่าจะทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยต่างพากันแสดงความสนใจอย่างมาก เพื่อหวังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจจรวด ดาวเทียม และ AI ของอีลอน มัสก์
รายงานระบุว่า SpaceX ได้จัดสรรหุ้นไว้สำหรับนักลงทุนรายย่อยมากถึง 30% ของหุ้น IPO ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พบได้ไม่บ่อยนักสำหรับ IPO ขนาดใหญ่ที่โดยปกติมักถูกครอบครองโดยนักลงทุนสถาบัน
โดย SpaceX เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 555.6 ล้านหุ้น ในราคา 135 ดอลลาร์/หุ้น เพื่อหวังระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การทำ IPO ของสหรัฐฯ และจะส่งผลให้มูลค่าของบริษัทพุ่งไปถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และติดกลุ่ม 10 บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงสุดในสหรัฐฯ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.4% จากระดับ 5.7% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 5.7% ในเดือนเม.ย.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานระบุว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 216,000 ราย
นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% จำนวน 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้







