thansettakij
thansettakij
บอลโลก 2026 ยังไม่เริ่ม พบแล้วเว็บปลอมพุ่งกว่า 13,000 โดเมน

บอลโลก 2026 ยังไม่เริ่ม พบแล้วเว็บปลอมพุ่งกว่า 13,000 โดเมน

11 มิ.ย. 69 | 02:22 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 02:41 น.

FortiGuard Labs เตือนมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 สร้างเว็บปลอม ตั๋วปลอม บัญชีโซเชียลปลอม และแอปอันตราย หลังพบโดเมนแอบอ้างมากกว่า 13,000 โดเมน ก่อนทัวร์นาเมนต์เปิดฉาก

KEY

POINTS

  • มีการตรวจพบการจดทะเบียนโดเมนใหม่ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลก 2026 ล่วงหน้ากว่า 13,000 โดเมน โดยเกือบ 9% ถูกจัดเป็นโดเมนอันตรายหรือน่าสงสัย
  • กลโกงที่พบบ่อยคือการสร้างเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกขายตั๋ว, แพ็กเกจท่องเที่ยว, และเผยแพร่ลิงก์ถ่ายทอดสดปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลบัตรเครดิต
  • ผลการตรวจสอบพบข้อมูลบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับ FIFA และแฟนบอลรั่วไหลกว่า 270,000 บัญชี ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้โจมตีต่อ

การแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ที่จะเปิดฉากในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกจับตา แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ทำเงินของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการหลอกลวงและโจมตีทางดิจิทัลล่วงหน้า

รายงานล่าสุดจาก FortiGuard Labs ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีการจดทะเบียนโดเมนใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ FIFA World Cup 2026 มากกว่า 13,000 โดเมน โดยประมาณ 8.8% ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโดเมนอันตรายหรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการหลอกลวงไม่ได้รอให้การแข่งขันเริ่มต้น แต่เริ่มวางแผนและลงมือแล้วตั้งแต่หลายเดือนก่อนเปิดสนาม

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นแนวโน้มสำคัญว่า ทุกมหกรรมระดับโลกในยุคดิจิทัลไม่ได้สร้างเพียงเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้าง "เศรษฐกิจใต้ดิน" ของอาชญากรรมไซเบอร์ที่อาศัยกระแสความนิยมของผู้บริโภคเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์

เว็บปลอม-ตั๋วปลอม ระบาดหนัก

บอลโลก 2026 ยังไม่เริ่ม พบแล้วเว็บปลอมพุ่งกว่า 13,000 โดเมน

หนึ่งในกลโกงที่พบมากที่สุดคือการสร้างเว็บไซต์จำหน่ายตั๋วปลอม โดยอาศัยความต้องการของแฟนบอลที่ต้องการเข้าชมการแข่งขัน ขณะที่จำนวนตั๋วมีจำกัด

FortiGuard Labs ตรวจพบเว็บไซต์จำนวนมากที่ลอกเลียนแบบหน้าเว็บทางการของ FIFA อย่างแนบเนียน ทั้งในรูปแบบการขายตั๋ว การขายแพ็กเกจท่องเที่ยว และการรับชำระเงินออนไลน์ โดยมีเป้าหมายหลักในการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลการชำระเงินของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ยังพบการโฆษณาขายตั๋วผ่าน Telegram และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ โดยบางกรณีเสนอแพ็กเกจครบวงจร ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และตั๋วเข้าชมการแข่งขัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและเร่งให้เหยื่อตัดสินใจโอนเงิน

โซเชียลมีเดีย กลายเป็นช่องทางลวงเหยื่อ

อีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตี คือสื่อสังคมออนไลน์

รายงานระบุว่า มีการตรวจพบบัญชีต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้าง FIFA มากกว่า 1,700 บัญชี โดยเกือบ 90% อยู่บน Facebook และ Instagram

บัญชีเหล่านี้ถูกใช้เพื่อหลอกขายตั๋ว แชร์ลิงก์ถ่ายทอดสดปลอม ส่งลิงก์ฟิชชิง รวมถึงเผยแพร่มัลแวร์ไปยังผู้ใช้งาน โดยอาศัยความเชื่อถือที่เกิดขึ้นในชุมชนแฟนฟุตบอลซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่องในช่วงการแข่งขัน

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความน่ากังวลของกลโกงบนโซเชียลมีเดียคือความแนบเนียน เนื่องจากมักแฝงตัวอยู่ในบทสนทนาปกติของผู้ใช้งาน ทำให้ตรวจจับได้ยากกว่าการโจมตีแบบดั้งเดิม

แอปดูบอล-เว็บพนัน เสี่ยงฝังมัลแวร์

FortiGuard Labs ยังพบการใช้ธีมฟุตบอลโลกในการเผยแพร่มัลแวร์ผ่านแอปพลิเคชันและไฟล์ติดตั้งปลอม โดยเฉพาะไฟล์ APK สำหรับระบบ Android ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ดาวน์โหลดภายนอก

ขณะเดียวกันยังพบไฟล์ปฏิบัติการที่แอบอ้างเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายมัลแวร์ประเภทเรียกค่าไถ่ หรือแรนซัมแวร์

ความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงการแข่งขัน เนื่องจากผู้ใช้งานจำนวนมากต้องการเข้าถึงบริการดูบอลสด แพลตฟอร์มเดิมพันกีฬา หรือแอปติดตามผลการแข่งขัน จึงมีโอกาสดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

งานบอลโลกสร้างโอกาสจ้างงาน แต่เปิดช่องมิจฉาชีพ

นอกจากการหลอกขายตั๋วและฟิชชิงแล้ว กลุ่มอาชญากรยังใช้ "ประกาศรับสมัครงานปลอม" เป็นเครื่องมือโจมตี

FortiGuard Labs ตรวจพบแคมเปญหลอกลวงที่อ้างการรับสมัครงานของ FIFA และผู้สนับสนุนการแข่งขัน โดยส่งลิงก์ให้ผู้สมัครเข้าสู่หน้า Login ปลอมของ Google เพื่อขโมยบัญชีและรหัสผ่าน

การตรวจสอบยังพบความเชื่อมโยงของหลายโดเมนที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าการโจมตีไม่ได้เกิดขึ้นแบบกระจัดกระจาย แต่มีการวางแผนและดำเนินการเป็นเครือข่ายอย่างเป็นระบบ

ข้อมูลรั่วไหลกว่า 270,000 บัญชี

ผลการตรวจสอบของ FortiGuard Labs ยังพบ URL ที่เกี่ยวข้องกับ FIFA มากกว่า 4,600 รายการในฐานข้อมูลของมัลแวร์ขโมยข้อมูลชื่อดัง เช่น Vidar, LummaC2 และ RedLine

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับระบบของ FIFA และแฟนฟุตบอลทั่วโลกมากกว่า 270,000 บัญชี ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลที่ถูกขโมยจากมัลแวร์ รวมถึงข้อมูลบัญชีของพนักงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ FIFA อีกกว่า 1,500 รายการ

แม้ข้อมูลบางส่วนอาจเป็นข้อมูลเก่าที่รั่วไหลจากเหตุการณ์ในอดีต แต่ยังสามารถถูกนำกลับมาใช้ในการโจมตีแบบยึดบัญชี ฟิชชิงเฉพาะเป้าหมาย หรือการสวมรอยตัวตนได้

เตือนองค์กรและแฟนบอลเร่งยกระดับความปลอดภัย

FortiGuard Labs แนะนำให้องค์กรในภาคกีฬา การท่องเที่ยว สื่อสารมวลชน การเงิน ค้าปลีก และหน่วยงานภาครัฐ เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโดเมนปลอม การแอบอ้างแบรนด์ บัญชีปลอมบนโซเชียลมีเดีย และการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้งาน

ส่วนประชาชนควรซื้อตั๋วผ่านช่องทางทางการเท่านั้น หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปจากเว็บไซต์ภายนอก ตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ถ่ายทอดสด และระมัดระวังข้อเสนอที่เร่งรัดให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

บทเรียนสำคัญจากฟุตบอลโลก 2026 คือ อาชญากรไซเบอร์ไม่เคยรอให้การแข่งขันเริ่มต้น แต่เริ่มสร้างโอกาสทางธุรกิจของตนเองตั้งแต่ก่อนเสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจำเป็นต้องยกระดับการป้องกันตนเองให้ทันกับภัยคุกคามที่พัฒนาเร็วไม่ต่างจากเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน