thansettakij
thansettakij
เปิดโผหุ้น Big Cap มูลค่าโตสูงสุด DELTA ยืนหนึ่ง เพิ่มกว่า 2.24 ล้านล้าน

เปิดโผหุ้น Big Cap มูลค่าโตสูงสุด DELTA ยืนหนึ่ง เพิ่มกว่า 2.24 ล้านล้าน

ท่ามกลางความผันผวนของตลาด หุ้นใหญ่ไทยหลายตัวกลับสร้างผลตอบแทนโดดเด่น ทั้งจากกำไรที่ฟื้นตัว ธุรกิจใหม่ที่เติบโต และแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติ เจาะลึก 10 หุ้น Big Cap ที่ Market Cap เปลี่ยนแรงที่สุดในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 นี้

KEY

POINTS

  • หุ้น DELTA มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วง 5 เดือนแรกของปี โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 2.24 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 104.05%
  • การเติบโตของ DELTA ได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ AI และผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งมีอัตรากำไรสูง
  • หุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มีมูลค่าเติบโตโดดเด่นรองลงมา ได้แก่ GULF, TRUE, PTTEP และ KTB ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะตัว เช่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์, การฟื้นตัวหลังควบรวม, ราคาน้ำมัน และเงินปันผลสูง

ตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังผันผวน หุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทกลับสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ได้อย่างโดดเด่น สะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรเติบโต มีธีมธุรกิจชัดเจน และจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูง

“ฐานเศรษฐกิจ” ตรวจสอบข้อมูลหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 30 พ.ค. 2569 เทียบกับสิ้นปี 2568 พบว่า 10 หุ้น Big Cap. สำคัญ มีการเปลี่ยนแปลงของ Market Cap. แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเรียงตามขนาด Market Cap. ล่าสุดจากมากไปน้อย ดังนี้

DELTA Market Cap พุ่ง 104% แตะ 4.4 ล้านล้าน

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA มี Market Cap. ณ วันที่ 30 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 4,403,257.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 2,157,970.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,245,286.91 ล้านบาท คิดเป็น 104.05%

ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 62,293.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.74% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 43,038.09 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9,081.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 5,488.13 ล้านบาท

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มองว่า DELTA ยังได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจพลังงานสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ซึ่งเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2569 โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงราว 35-40% และมีโอกาสสร้างรายได้ 5-8% ของยอดขายรวมในปี 2569

นอกจากนี้ DELTA ยังมีโอกาสได้รับคัดเลือกกลับเข้าสู่ดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ โดยบล.เมย์แบงก์แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 336 บาท

  • รายได้รวม : 62,293.58 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 43,038.09 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 9,081.18 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 5,488.13 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 365.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 155.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 4,403,257.10 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 2,157,970.19 ล้านบาท

เปิดโผหุ้น Big Cap มูลค่าโตสูงสุด DELTA ยืนหนึ่ง เพิ่มกว่า 2.24 ล้านล้าน

ADVANC Market Cap เพิ่ม 12.78% กำไรโต 27.51%

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มี Market Cap. อยู่ที่ 1,049,896.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 930,927.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 118,968.39 ล้านบาท คิดเป็น 12.78%

โดยในไตรมาส 1/2569 ADVANC มีรายได้รวม 58,361.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 13,495.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.51%

บล.บัวหลวงระบุว่า กำไร ADVANC ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากฐานลูกค้า Mobile และ Fixed Broadband ที่เพิ่มขึ้น ARPU ปรับตัวดีขึ้น และรับรู้ผลประหยัดต้นทุนคลื่น 2100 MHz เต็มไตรมาส

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศที่อาจอ่อนตัวจากราคาน้ำมันสูง และการชะลอใช้งบ IT ของลูกค้าองค์กร แต่ภาพรวม ADVANC ยังเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มสื่อสาร โดยบล.บัวหลวงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 398 บาท

  • รายได้ : 58,361.33 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 56,533.03 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 13,495.51 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 10,583.53 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 410.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 315.00 บาท
  • Market Cap. 2569 : 1,049,896.04 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 930,927.65 ล้านบาท

PTT Market Cap เพิ่ม 13.28% รับแรงหนุนพลังงาน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มี Market Cap. อยู่ที่ 1,035,408.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 914,015.88 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 121,392.73 ล้านบาท คิดเป็น 13.28%

ด้านผลการดำเนินงานนั้น ในไตรมาส 1/2569 PTT มีรายได้รวม 731,362.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 25,738.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

การเติบโตของ PTT สะท้อนผลบวกจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ยังต้องติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าการกลั่นในช่วงถัดไป

บล.บัวหลวงมองว่า ธุรกิจก๊าซ ผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หนุนโดยต้นทุนก๊าซที่ลดลง (จากโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ แต่ราคา LNG ที่สูงขึ้นอาจจำกัดการลดลงของต้นทุนก๊าซบางส่วน) และปริมาณขายก๊าซที่เพิ่มขึ้น 

กลุ่ม PTT ดำเนินโครงการปรับลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนิน และคงเป้าหมายการสร้าง EBITDA ส่วนเพิ่มได้ราว 2.6 หมื่นล้านบาทในปี 2569

อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานกำไรที่มั่นคงจากธุรกิจก๊าซของ PTT จะช่วยลดความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และช่วยรักษาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลและหนุนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 40 บาท

  • รายได้ : 731,362.20 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 708,516.63 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 25,738.30 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 23,315.49 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 38.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 31.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 1,035,408.61 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 914,015.88 ล้านบาท

GULF Market Cap โต 48.50% รับธีม Data Center

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มี Market Cap. อยู่ที่ 926,269.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 623,738.22 ล้านบาท หรือเพิ่มเป็น 302,531.72 ล้านบาท คิดเป็น 48.50%

ในแง่ของผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวมอยู่ที่ 39,040.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.70% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,116.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.88% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.ฟิลลิปมองว่า GULF ยังมีศักยภาพเติบโตระยะยาวจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และ Data Center โดยศูนย์ข้อมูลของบริษัทออกแบบรองรับชิป AI รุ่นใหม่ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเป็นจุดแข็งในการรองรับลูกค้ากลุ่ม AI และ Cloud

ขณะเดียวกัน ไตรมาส 2/2569 ยังมี Upside จากกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบางส่วนของโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว ราว 1,900 ล้านบาท บล.ฟิลลิปแนะนำทยอยซื้อ ราคาเหมาะสม 60 บาท

  • รายได้ : 39,040.59 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 32,344.05 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 9,116.80 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 6,564.41 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 64.25 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 41.25 บาท
  • Market Cap. 2569 : 926,269.94 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 623,738.22 ล้านบาท

AOT Market Cap เพิ่ม 4.25% รอแรงหนุน PSC ใหม่

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มี Market Cap. อยู่ที่ 789,284.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 757,142.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32,142.83 ล้านบาท คิดเป็น 4.25%

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 AOT มีรายได้รวม 35,943.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.38% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 10,370.65 ล้านบาท ลดลง 0.26%

บล.พายระบุว่า AOT จะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ หรือ PSC จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2569 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ชะลอลง

แม้ไตรมาส 3/2569 ยังมีโอกาสถูกกดดันจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง แต่คาดว่าไตรมาส 4/2569 จะเริ่มเห็นผลบวกจาก PSC อัตราใหม่ชัดเจนขึ้น บล.พายแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 64 บาท

  • รายได้ : 35,943.91 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 35,808.20 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 10,370.65 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 10,397.57 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 59.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 45.00 บาท
  • Market Cap. 2569 : 789,284.93 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 757,142.10 ล้านบาท

PTTEP Market Cap เพิ่ม 25.22% แม้กำไรสุทธิลด

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มี Market Cap. อยู่ที่ 561,752.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 448,608.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113,144.58 ล้านบาท คิดเป็น 25.22%

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 PTTEP มีรายได้รวม 78,111.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.50% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 11,835.28 ล้านบาท ลดลง 28.54% จากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน

บล.ลิเบอเรเตอร์ระบุว่า แม้กำไรสุทธิถูกกดดันจากรายการพิเศษ แต่กำไรปกติยังแข็งแกร่ง โดยปริมาณขายทำสถิติสูงสุดที่ 553 KBOED จากการเร่งผลิตก๊าซในอ่าวไทย

ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจากปัญหาตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนหลัก จึงแนะนำซื้อขายเล่นรอบ ตามทิศทางราคาน้ำมัน ราคาเป้าหมาย 175 บาท

  • รายได้ : 78,111.97 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 74,040.79 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 11,835.28 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 16,560.98 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 164.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 107.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 561,752.93 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 448,608.35 ล้านบาท

KTB Market Cap เพิ่ม 23.01% เด่นปันผลสูง

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มี Market Cap. อยู่ที่ 485,668.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 394,823.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 90,844.40 ล้านบาท คิดเป็น 23.01%

ไตรมาส 1/2569 KTB มีรายได้รวม 31,062.18 ล้านบาท ลดลง 7.81% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 12,437.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สปรับคำแนะนำ KTB เป็นซื้อ จากเดิมถือ พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 38.50 บาท โดยมองว่าธนาคารมี Upside จาก NIM รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และการตั้งสำรองล่วงหน้าไปแล้วในไตรมาส 1/2569

นอกจากนี้ KTB ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล โดยคาดเงินปันผลปี 2569 ที่ 2.67 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 8.2%

  • รายได้ : 31,062.18 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 33,695.24 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 12,437.18 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 11,713.70 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 36.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 27.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 485,668.13 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 394,823.73 ล้านบาท

TRUE Market Cap เพิ่ม 26.61% กำไรพุ่งกว่า 303%

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มี Market Cap. อยู่ที่ 476,818.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 376,617.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100,201.09 ล้านบาท คิดเป็น 26.61%

โดยในไตรมาส 1/2569 TRUE มีรายได้รวมที่ 46,871.53 ล้านบาท ลดลง 9.27% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 6,588.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303.26% จากผลของการควบรวม DTAC การลดต้นทุนโครงข่าย และการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สมองว่า TRUE ยังเป็นหุ้น Laggard ที่มีโอกาส Re-rating จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น โดยคาดกำไรปกติช่วงปี 2569-2571 เติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี และสัดส่วน Net Debt/EBITDA จะทยอยลดลง แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 17.50 บาท

  • รายได้ : 46,871.53 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 51,657.83 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 6,588.72 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 1,633.88 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 15.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 10.20 บาท
  • Market Cap. 2569 : 476,818.99 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 376,617.90 ล้านบาท

KBANK Market Cap เพิ่ม 3.34% กำไรยังโตแต่ NIM กดดัน

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มี Market Cap. อยู่ที่ 476,234.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 460,834.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15,400.63 ล้านบาท คิดเป็น 3.34%

ในไตรมาส 1/2569 KBANK มีรายได้รวม 43,040.98 ล้านบาท ลดลง 3.99% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 14,667.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.พายระบุว่า กำไรไตรมาส 1/2569 แข็งแกร่งจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนและ Wealth Management อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 2/2569 กำไรอาจชะลอลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาส 1 เป็นฐานสูง

แรงกดดันสำคัญยังอยู่ที่ NIM ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 ก่อนเริ่มมีเสถียรภาพในครึ่งหลังปีนี้ บล.พายแนะนำถือ ราคาเหมาะสม 212 บาท

  • รายได้ : 43,040.98 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 44,830.79 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 14,667.41 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 13,791.45 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 208.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 178.00 บาท
  • Market Cap. 2569 : 476,234.85 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 460,834.22 ล้านบาท

SCB Market Cap ลด 3.24% แต่ยังเด่นปันผล

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มี Market Cap. อยู่ที่ 452,875.93 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 ที่ 468,027.91 ล้านบาท หรือลดลง 15,151.98 ล้านบาท คิดเป็น 3.24%

โดยในไตรมาส 1/2569 SCB มีรายได้รวมอยู่ที่ 35,719.32 ล้านบาท ลดลง 7.71% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10,195.43 ล้านบาท ลดลง 18.45% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.ฟิลลิปมองว่า แม้รายได้และกำไรยังถูกกดดัน แต่ SCB ยังเป็นหุ้นธนาคารที่โดดเด่นด้านเงินปันผล โดยคาดปี 2569 จ่ายเงินปันผล 11.48 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 8.5%

ขณะเดียวกัน SCB ยังเป็นธนาคารที่มีสินเชื่อเติบโตโดดเด่นในปี 2569 โดยเฉพาะสินเชื่อรายใหญ่ จึงยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 145 บาท

  • รายได้ : 35,719.32 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 38,703 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 10,195.43 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 12,502.10 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 149.50 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 129.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 452,875.93 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 468,027.91 ล้านบาท

ภาพรวม Big Cap. ไทย 5 เดือนแรก

เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของ Market Cap. ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 พบว่า DELTA เป็นหุ้นที่มูลค่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดทั้งในเชิงจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ สะท้อนแรงเก็งกำไรและความคาดหวังต่อธีม AI อย่างชัดเจน

รองลงมาคือ GULF, TRUE, PTTEP และ KTB ซึ่งต่างมีปัจจัยเฉพาะตัวรองรับ ทั้ง Data Center, การฟื้นตัวหลังควบรวม, ราคาน้ำมัน และเงินปันผลสูง

ขณะที่ SCB เป็นหุ้นเดียวในกลุ่มที่ Market Cap. ลดลง แม้ยังมีจุดแข็งด้าน Dividend Yield แต่ราคาหุ้นยังถูกกดดันจากรายได้และกำไรที่ลดลงในไตรมาสแรก

สำหรับนักลงทุน ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า การลงทุนในหุ้น Big Cap. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งทิศทางกำไร คุณภาพรายได้ ธีมธุรกิจในอนาคต ระดับ Valuation และนโยบายจ่ายเงินปันผลประกอบกัน

ในช่วงที่ตลาดยังผันผวน หุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการเติบโตชัดเจน กระแสเงินสดแข็งแรง และมีปัจจัยหนุนระยะยาว ยังมีโอกาสเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow หากความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น