thansettakij
thansettakij
เฟรเซอร์สฯ จัดทัพ ปรับพอร์ตใหญ่ เสริมแกร่งนิคม-พาณิชย์โตยั่งยืน

เฟรเซอร์สฯ จัดทัพ ปรับพอร์ตใหญ่ เสริมแกร่งนิคม-พาณิชย์โตยั่งยืน

28 ก.พ. 2569 | 11:12 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2569 | 11:22 น.

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT ปรับพอร์ตธุรกิจครั้งใหญ่ ขยายอุตสาหกรรมสู่นิคมฯ ผนึก One Bangkok เสริมพาณิชยกรรมพรีเมียม ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 15,045 ล้าน

KEY

POINTS

  • เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) ปรับพอร์ตโฟลิโอครั้งสำคัญ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัย รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
  • มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ โดยขยายพื้นที่บริหารจัดการและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งใหม่ 2 โครงการ รวมถึง "อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์"
  • ยกระดับธุรกิจพาณิชยกรรมผ่านความร่วมมือกับโครงการ One Bangkok ทำให้มีพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT ประกาศเดินหน้าปรับพอร์ตโฟลิโอครั้งสำคัญ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสมดุลระหว่างธุรกิจอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัย รองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะถัดไป

นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT ระบุว่า จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่การเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่มีสินทรัพย์หลากหลายประเภท สามารถเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญระหว่างธุรกิจต่าง ๆ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและสร้างประสบการณ์ระยะยาวให้กับลูกค้า

ฮั่ว เตียง ลิม

หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักคือการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ โดยพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการจะขยายแตะ 4 ล้านตารางเมตรภายในปีนี้ พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ ผ่านโครงการ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway)” บนพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ ซึ่งพัฒนาเป็นระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร รวมถึงเตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่ เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่คุณค่าตลอดกระบวนการผลิตและโลจิสติกส

ในฝั่งพาณิชยกรรม บริษัทผสานการดำเนินงานร่วมกับโครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง TCC Assets และกลุ่ม Frasers Property ส่งผลให้ FPT มีพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันบริหารอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD รวม 1,846,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT รวม 9 สถานี รองรับทั้งบริษัทข้ามชาติและองค์กรไทยขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารรับผิดชอบแต่ละสายธุรกิจโดยเฉพาะ

อาทิ นายวรวรรต ศรีสอ้าน ดูแลธุรกิจรีเทล นายอุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ ดูแลธุรกิจอาคารสำนักงานและโรงแรม นายพีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ ดูแลอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และนางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง ดูแลธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

ด้านเป้าหมายทางการเงิน บริษัทคาดว่าในปีงบการเงิน 2569 จะสร้างรายได้รวม 15,045 ล้านบาท จากการผสานพลังของทุกกลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน สะท้อนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้หลายช่องทาง

สำหรับโครงสร้างธุรกิจ FPT เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของไทยที่ครอบคลุม 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนและบริหารทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น FTREIT และ GVREIT ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การขยับพอร์ตครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง แต่ยังสะท้อนทิศทางของผู้เล่นรายใหญ่ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างรายได้ประจำจากสินทรัพย์ให้เช่า กับโอกาสเติบโตใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย เพื่อรับมือกับวัฏจักรตลาดที่ผันผวนในระยะข้างหน้า