
เทรนด์บ้านสีเขียวพุ่ง! รับโลกเดือด-ดีมานด์โต ผู้ซื้อ 46% ยอมจ่ายเพิ่ม
ภาวะโลกร้อน ดันผู้บริโภคไทยหันหา “บ้านประหยัดพลังงาน” เผยผลสำรวจพบ 46% ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อที่อยู่อาศัยรักษ์โลก ขณะที่รัฐ-สถาบันการเงินเร่งหนุน Solar Rooftop และ Green Loan รองรับดีมานด์
KEY
POINTS
- ผลสำรวจจาก DDproperty ชี้ว่าผู้บริโภค 46% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 88% ยอมจ่ายเพิ่มหากมีคุณสมบัติช่วยดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
- ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลักในการเลือกบ้านสีเขียว ได้แก่ พื้นที่สีเขียวภายในบ้าน (70%) การส่งเสริมไลฟ์สไตล์รักษ์โลก (65%) และการออกแบบที่รองรับพลังงานสะอาดเช่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ (58%)
- ชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการด้านมาตรฐานอาคารเขียวและการก่อสร้างที่ยั่งยืน กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เป็นรองเพียงชื่อเสียงโดยรวมของผู้พัฒนา
- ภาครัฐและสถาบันการเงินมีมาตรการสนับสนุนเทรนด์ดังกล่าว เช่น การให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านสีเขียว (Green Loan)
กระแสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น กำลังส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมผู้บริโภคไทยในตลาดที่อยู่อาศัย หลังประเทศไทยถูกจัดอันดับความเสี่ยงจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงาน Climate Risk Index 2026 ของ Germanwatch ซึ่งอ้างอิงข้อมูลผ่านกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ปี 2567 ไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 17 จากอันดับ 72 ในปี 2565 ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี อยู่ที่อันดับ 22 จาก 30 เดิม สะท้อนผลกระทบที่รุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน รายงาน GHG Emissions of All World Countries 2025 โดย Joint Research Centre (JRC) สหภาพยุโรป ซึ่งเผยแพร่ผ่านฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ 21 ของโลก และอันดับ 3 ในอาเซียน ยิ่งตอกย้ำความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ข้อมูลจาก DDproperty แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ในเครือ PropertyGuru Group สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากแบบสำรวจพฤติกรรมการซื้อ-เช่าอสังหาฯ และ DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ 52% เปิดรับแนวคิดดังกล่าว แม้ยังไม่ตัดสินใจเต็มที่ นอกจากนี้ 88% ระบุว่ายินดีจ่ายเพิ่มหากที่อยู่อาศัยมีคุณสมบัติช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น บ้านเย็นหรือบ้านปลอดฝุ่น
ด้านปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้พัฒนาโครงการ พบว่า 17% ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงด้านมาตรฐานอาคารเขียวหรือแนวทางก่อสร้างยั่งยืน เป็นรองเพียงชื่อเสียงโดยรวมของผู้พัฒนาโครงการที่อยู่ที่ 20%
เมื่อเจาะลึกประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การมีพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน 70% ซึ่งเพิ่มสูงถึง 76% และ 79% ในกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูงตามลำดับ รองลงมาคือไลฟ์สไตล์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การรีไซเคิลและอนุรักษ์น้ำ 65% และการออกแบบโครงการที่รองรับพลังงานสะอาด เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและหลังคาโซลาร์เซลล์ 58% สะท้อนว่าผู้บริโภคมองเรื่องสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว
ในเชิงแนวทางปฏิบัติ DDproperty แนะนำ 6 แนวทางอัปเกรดบ้านประหยัดพลังงาน เริ่มตั้งแต่การเลือกวัสดุก่อสร้างที่กันความร้อน เช่น อิฐมวลเบา ฉนวนกันความร้อน และกระจก Low-E เพื่อช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ การออกแบบรับแสงและลมธรรมชาติอย่างเหมาะสม เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือระบบ Inverter การปรับพฤติกรรมใช้น้ำ-ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้มิเตอร์ TOU ที่คิดค่าไฟตามช่วงเวลา เพื่อบริหารต้นทุนพลังงานได้ดีขึ้น
อีกหนึ่งทางเลือกที่ถูกจับตาคือการติดตั้ง Solar Rooftop ซึ่งช่วยผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงกลางวัน ลดค่าไฟและการปล่อยคาร์บอน โดยภาครัฐเปิดให้สิทธิลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สูงสุด 200,000 บาท จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ช่วยเร่งการตัดสินใจลงทุนของภาคครัวเรือน ขณะที่สถาบันการเงินออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านสีเขียว (Green Loan) รองรับทั้งการซื้อบ้านใหม่และการรีโนเวทบ้านเดิม
ปัจจุบัน DDproperty ระบุว่ามีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 62% ในไทย (อ้างอิง SimilarWeb ช่วง พ.ย. 2567 - เม.ย. 2568) และเป็นส่วนหนึ่งของ PropertyGuru Group บริษัทเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 32 ล้านรายในภูมิภาค
สะท้อนชัดว่า “บ้านประหยัดพลังงาน” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์การตลาด แต่กำลังก้าวสู่ความต้องการจริงของตลาด ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะโลกเดือด ต้นทุนพลังงาน และเป้าหมาย Net Zero ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมขับเคลื่อนในระยะยาว






