
สหรัฐ-อิสราเอล โจมตีอิหร่าน สั่งปิดน่านฟ้าแล้ว สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน เลี่ยงบิน
สหรัฐ-อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ต้องสั่งปิดน่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลางแล้ว สายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อความปลอดภัย
วันนี้(วันที่ 28 กัมภาพันธ์ 2569) จากสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอย่างหนัก จากสหรัฐ-อิสราเอล โจมตีอิหร่านหลังมีรายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอล (IAF) ร่วมกับกองกำลังสหรัฐอเมริกา เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศพร้อมกันหลายพื้นที่ในอิหร่าน ทั้งกรุงเตหะราน อิสฟาฮาน และคาราจ นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี
รายงานข่าวระบุว่า อิสราเอลส่งเครื่องบินรบล่องหน F-35I Adir เข้าปฏิบัติภารกิจ ขณะที่สหรัฐฯ ใช้ F-22 Raptor ซึ่งเพิ่งถูกส่งไปประจำการในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีกำลังสนับสนุนจากกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford และ USS Abraham Lincoln
อีกทั้งจากข้อมูลการติดตามการบินยังพบความเคลื่อนไหวหนาแน่นของเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46 และ KC-135 บินสนับสนุนภารกิจระยะไกล ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Operation Lion’s Roar”
ทำให้เกิดผลกระทบทันที คือการประกาศ “Ground Stop” และปิดน่านฟ้าอิสราเอล อิหร่าน และอิรักต่อเที่ยวบินพลเรือนทั้งหมด สายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อความปลอดภัย
ล่าสุดรายงานจาก Flightradar24 ระบุว่า น่านฟ้าอิหร่านถูกปิดตามประกาศ NOTAM จนถึงอย่างน้อย 12:00 UTC หลัง อิสราเอล ออกมายืนยันว่าได้เปิดฉากโจมตี อิหร่าน ก่อน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัฐ ส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องเปลี่ยนเส้นทางหลีกเลี่ยงน่านฟ้า โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ออกจากกรุงเทลอาวีฟและอัมมาน
หลายสายการบินหลักประกาศระงับเที่ยวบินทันที อาทิ Lufthansa ระงับเที่ยวบินไป–กลับดูไบชั่วคราว พร้อมหยุดเส้นทางเทลอาวีฟ เบรุต และโอมาน จนถึง 7 มีนาคม ขณะที่ Air France ยกเลิกเที่ยวบินไป–กลับเทลอาวีฟและเบรุต
Wizz Air ประกาศระงับเที่ยวบินไป–กลับอิสราเอล ดูไบ อาบูดาบี และอัมมานทันที ส่วน Qatar Airways ชะลอการจราจรทางอากาศชั่วคราว ขณะที่ KLM เร่งยกเลิกเที่ยวบินอัมสเตอร์ดัม–เทลอาวีฟก่อนกำหนด
ด้าน คูเวต และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศปิดหรือจำกัดน่านฟ้าบางส่วนเพื่อความปลอดภัย ขณะที่สายการบินหลายแห่งปรับเส้นทางหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิรัก
อย่างไรก็ตามความตึงเครียดรอบใหม่นี้ซ้ำเติมภาคการบินซึ่งเผชิญข้อจำกัดอยู่แล้ว หลังน่านฟ้ารัสเซียและยูเครนปิดยาวจากสงคราม ทำให้ตะวันออกกลางกลายเป็นเส้นทางหลักเชื่อมยุโรป–เอเชีย การปิดเส้นทางเพิ่มเติมจึงเพิ่มต้นทุนเชื้อเพลิง ระยะเวลาบิน และความซับซ้อนด้านปฏิบัติการ
ด้าน นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้เริ่ม ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ ต่ออิหร่าน โดยระบุว่า กิจกรรมคุกคามของเตหะรานเป็นภัยโดยตรงต่อสหรัฐฯ กองกำลัง ฐานทัพในต่างประเทศ และพันธมิตรทั่วโลก พร้อมกล่าวว่า
“ไม่มีประธานาธิบดีคนใดเต็มใจทำในสิ่งที่ผมกำลังทำในคืนนี้”
ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดความเสียหายหรือจำนวนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการ สถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว และทั่วโลกกำลังจับตาว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะลุกลามสู่ความขัดแย้งในวงกว้างหรือไม่






