
ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่านครั้งใหญ่ ปิดน่านฟ้าหลายประเทศ ตะวันออกกลางเสี่ยงลุกลาม
ทรัมป์สั่งโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ เล็งทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธ ขณะอิสราเอลร่วมถล่มเป้าหมายสำคัญ หลายประเทศปิดน่านฟ้า สถานทูตสหรัฐฯ ในบาห์เรนเตือนพลเมืองหลบในที่พัก เสี่ยงตะวันออกกลางลุกลามหนัก
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ภายใต้คำสั่งของทรัมป์ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขีปนาวุธ
- ผลกระทบจากเหตุการณ์ทำให้หลายประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล อิรัก และอิหร่าน ประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพลเรือน
- ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามบานปลายไปทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะหลังอิสราเอลร่วมปฏิบัติการโจมตีด้วย
สถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่ง สหรัฐอเมริกา ประกาศว่ากองกำลังสหรัฐฯ กำลังดำเนิน “ปฏิบัติการครั้งใหญ่และต่อเนื่อง” ต่อ อิหร่าน โดยมีเป้าหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้ “สิ้นซาก”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ผ่าน Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขาว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านพัฒนาขีปนาวุธที่อาจคุกคามผลประโยชน์ด้านความมั่นคง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีของ อิสราเอล ซึ่งระบุว่า เป็นการ “ชิงลงมือก่อน” เพื่อลดภัยคุกคามจากเตหะราน กระทรวงกลาโหมอิสราเอลชี้ว่าปฏิบัติการมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะที่สำนักงานท่าอากาศยานอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพลเรือนทันที
ผลกระทบขยายวงกว้างในภูมิภาค เมื่อ อิรัก สั่งปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย พร้อมเคลียร์อากาศยานออกจากน่านฟ้าทั้งหมด ขณะที่หน่วยงานการบินพลเรือนของอิหร่านประกาศปิดน่านฟ้าจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ด้าน บาห์เรน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัย แนะนำให้เจ้าหน้าที่และพลเมืองสหรัฐฯ หลบอยู่ในที่พัก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
ความตึงเครียดรอบใหม่นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติความมั่นคง พลังงาน และตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศในตะวันออกกลางมีฐานทัพและผลประโยชน์ของมหาอำนาจตั้งอยู่
หากการตอบโต้ทวีความรุนแรง อาจนำไปสู่การปะทะในวงกว้างและกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกในระยะต่อไป






