thansettakij
thansettakij
ทรัมป์เตือนอาจมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต หลังเปิด “ปฏิบัติการรบใหญ่” ถล่มอิหร่าน

ทรัมป์เตือนอาจมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต หลังเปิด “ปฏิบัติการรบใหญ่” ถล่มอิหร่าน

28 ก.พ. 2569 | 10:11 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2569 | 10:11 น.

ทรัมป์ประกาศเริ่ม “ปฏิบัติการรบใหญ่” โจมตีอิหร่าน ภายใต้ชื่อ EPIC FURY เล็งทำลายขีปนาวุธ พร้อมเตือนอาจมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต เสี่ยงความขัดแย้งตะวันออกกลางลุกลามหนัก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่ง สหรัฐอเมริกา แถลงว่า สหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ต่อ อิหร่าน พร้อมเตือนว่าอาจมีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากปฏิบัติการดังกล่าว

ทรัมป์ระบุผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า เป้าหมายของการโจมตีคือการทำลายขีปนาวุธของอิหร่านและ “กวาดล้างกองทัพเรือ” ของเตหะราน โดยย้ำว่า รัฐบาลของเขาได้ดำเนินมาตรการทุกทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อกำลังพลสหรัฐฯ ในภูมิภาคแล้ว

"ชีวิตของวีรบุรุษอเมริกันอาจต้องสูญเสีย และเราอาจมีความสูญเสีย ซึ่งเกิดขึ้นได้ในสงคราม” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็น “ภารกิจอันทรงเกียรติ” เพื่ออนาคต

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวใช้ชื่อว่า “EPIC FURY” และคาดว่าจะดำเนินต่อเนื่องหลายวัน ต่างจากการโจมตีครั้งก่อนในเดือนมิถุนายนที่มุ่งเป้าไปยังโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านส่งสัญญาณเตรียมตอบโต้ “อย่างรุนแรง” ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าเตหะรานได้ยิงขีปนาวุธมายังอิสราเอลแล้ว ท่ามกลางความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้างในภูมิภาค

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) วางอาวุธ โดยสัญญาว่าจะให้ความคุ้มกัน หากไม่ปฏิบัติตาม ทางเลือกที่เหลือคือ “ความตายอย่างแน่นอน”

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์รอบล่าสุดไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านปฏิเสธทุกโอกาสในการยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณถึงประชาชนอิหร่าน โดยระบุว่าเมื่อปฏิบัติการสิ้นสุดลง พวกเขาควร “ยึดรัฐบาลของตนเอง” และชี้ว่านี่อาจเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในหลายชั่วอายุคน

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนการยกระดับเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพตะวันออกกลาง ทั้งด้านความมั่นคง พลังงาน และตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป