คลังยันภายในปี 67 เริ่มใช้จ่าย “เงินดิจิทัล” ได้แน่นอน

06 กุมภาพันธ์ 2567

รมช.คลัง นัดถกบอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่ สัปดาห์หน้า รับใช้จ่าย “เงินดิจิทัล” ไม่ทันพ.ค.67 แต่เห็นภายในปี 67 แน่นอน ระบุเศรษฐกิจวิกฤต หนี้ท่วม-ดอกเบี้ยสูง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet (บอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่) ภายในสัปดาห์หน้า ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน

โดยรัฐบาลจะไม่รอฟังข้อเสนอแนะจากทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)แล้ว เนื่องจากคาดว่าจะมาถึงในช่วงเดือนมี.ค.67 แต่จะเดินหน้าคู่ขนานในส่วนที่ทำได้ไปก่อน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต จะไม่สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตามกำหนดเดือนพ.ค.67 แต่คาดว่าจะสามารถใช้จ่ายได้ภายในปี 2567 นี้แน่นอน

สำหรับในวาระการประชุมบอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ไม่ให้เกิดการทุจริต และคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อเก็บข้อมูลให้เป็นที่ประจักษณ์ 2-3 สัปดาห์

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา ยืนยันว่า เศรษฐกิจมีความเปราะบาง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับประมาณการจีดีพีปี 2566 เหลือโตที่ 1.8% ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒน์ ก็มองตัวเลขจีดีพีใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก็มีแนวโน้มลดลง และสัดส่วนหนี้ครัวเรือนก็อยู่ระดับสูง รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยก็สูงเช่นเดียวกัน ขณะที่การลงทนเอกชนก็ลดลง และประชาชนก็ไม่กล้าจับจ่าย ส่งผลให้เงินเฟ้อลดลง 4 เดือน

“หนี้สาธารณะ รวมกับสัดส่วนหนี้ครัวเรือน สูงกว่า 30 ล้านล้านบาท และสัดส่วนดอกเบี้ยสูงอยู่ที่ 2% ทำให้เห็นเม็ดเงินออกจากระบบกว่า 5 แสนล้านบาท ฉะนั้น วันนี้มีความจำเป็นต้องเติมเงินใหม่เข้าไปในระบบเศรษฐกิจ”