thansettakij
thansettakij
เปิดโผธุรกิจครอบครัว ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

เปิดโผธุรกิจครอบครัว ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ธุรกิจครอบครัวหลายแห่งสามารถดำเนินกิจการได้ยาวนานข้ามศตวรรษ ตั้งแต่โรงบ่มไวน์ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม

ธุรกิจครอบครัวบางแห่งมีอายุยืนยาวกว่า 1,000 ปี ผลการศึกษาล่าสุดจาก Payroll Prices แพลตฟอร์มผู้ให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลและระบบจัดการเงินเดือน ได้รวบรวมข้อมูลธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานที่สุดใน 125 ประเทศทั่วโลก พบว่าแม้ธุรกิจใหม่จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในช่วงแรก แต่ร้อยละ 82 สามารถรอดพ้นช่วงปีแรกมาได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 มีเพียงร้อยละ 35 เท่านั้นที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ สาเหตุที่ธุรกิจต้องหยุดดำเนินการไม่ได้มีเพียงปัญหาผลประกอบการอย่างยอดขายที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเกษียณของเจ้าของกิจการ และการขายกิจการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การปิดกิจการในบางกรณีไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวหรือจุดจบเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านตามวงจรธุรกิจ

ดังนั้น สำหรับผู้ที่ริเริ่มธุรกิจโดยมีเป้าหมายระยะยาว ธุรกิจครอบครัวที่สามารถอยู่รอดมาได้หลายทศวรรษหรือหลายศตวรรษจึงถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ ทีมวิจัยได้ตรวจสอบรายงานข่าวในภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดยมีเงื่อนไขสำคัญในการจัดอันดับคือ ครอบครัวผู้ก่อตั้งจะต้องยังคงถือครองหุ้นส่วนใหญ่ หรือสามารถกลับมาถือครองหุ้นส่วนใหญ่ได้อีกครั้ง

ธุรกิจที่ยืนหยัดข้ามสหัสวรรษ

ธุรกิจครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงเปิดดำเนินการอยู่คือ Hōshi Ryokan โรงแรมและสปาในภูมิภาคโฮกุริกุ ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 718 โดย Zengoro ผู้ประกอบการโรงแรมรุ่นแรก ที่บริเวณบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอาวาสุออนเซ็น โรงแรมแห่งนี้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง โดยเปิดให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนมาอย่างยาวนานกว่า 1,300 ปี

Family Business Thailand: เปิดโผธุรกิจครอบครัว ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

อันดับสองคือ Pontificia Fonderia Marinelli โรงหล่อระฆังในประเทศอิตาลี ปัจจุบันบริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 26 และ 27 ธุรกิจนี้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1000 Pasquale Marinelli ระบุว่างานหล่อระฆังเป็นศิลปะที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคกลาง และปัจจุบันยังคงใช้วิธีการทำงานแบบดั้งเดิม ซึ่งต้องอาศัยการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ส่วนในสหราชอาณาจักร ธุรกิจครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดคือ RJ Balson & Son ร้านขายเนื้อที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1515 ในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และยังคงดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

กรณีศึกษาการปรับตัวและย้ายถิ่นฐานข้ามทวีป

นอกจากกลุ่มธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ในเอเชียและยุโรปแล้ว อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัวข้ามพรมแดนได้อย่างน่าสนใจคือ Avedis Zildjian Co. ผู้ผลิตฉาบสำหรับชุดกลองจากศตวรรษที่ 17 ซึ่งปัจจุบันครองตำแหน่งธุรกิจครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ

แม้ปัจจุบันจะตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นในกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อปี ค.ศ. 1623 โดย Avedis Zildjian นักเล่นแร่แปรธาตุที่พยายามสกัดทองคำ แต่กลับค้นพบโลหะผสมสูตรลับที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำฉาบ

ครอบครัวของเขาจึงผันตัวมาเป็นช่างทำฉาบ และในปี ค.ศ. 1929 บริษัทได้ย้ายฐานการผลิตไปยังรัฐแมสซาชูเซตส์ เพื่อให้ทายาทคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริการับช่วงต่อ ซึ่งการย้ายฐานธุรกิจในครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นจังหวะที่สอดรับกับความต้องการอุปกรณ์ของมือกลองที่กำลังเฟื่องฟูในยุคแจ๊สพอดี ทำให้กิจการสามารถอยู่รอดและเติบโตมาได้ โดยปัจจุบันบริษัทแห่งนี้ยังคงผลิตและจำหน่ายฉาบรวมถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับมือกลองอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการสร้างธุรกิจครอบครัวให้อยู่รอดระยะยาว

การก่อตั้งและสืบทอดธุรกิจครอบครัวไม่เพียงแต่สร้างความภาคภูมิใจและเป็นศูนย์รวมใจของสมาชิกเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ใช่เรื่องง่าย การนำหลักการต่อไปนี้ไปพิจารณาปรับใช้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถยืนหยัดและส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่นได้

1. สร้างวิสัยทัศน์ระยะยาวร่วมกัน ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและสร้างสรรค์ธุรกิจ เพื่อสร้างความผูกพันทั้งด้านความรู้สึกและการทำงานอย่างมืออาชีพ

2. กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน ควรแยกเรื่องครอบครัว ความเป็นเจ้าของ และการบริหารจัดการออกจากกัน การจัดตั้งสภาครอบครัวจะช่วยดูแลผลประโยชน์และช่วยให้การจัดการความทับซ้อนระหว่างสามส่วนนี้เป็นไปอย่างมีระบบ

3. รักษาความเป็นมืออาชีพตั้งแต่เริ่มต้น ควรกำหนดนโยบายที่ชัดเจน จัดทำระบบบันทึกข้อมูล และประเมินทักษะการทำงานอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนำเรื่องงานมาถกเถียงในเวลาส่วนตัวของครอบครัว เพราะความเอาจริงเอาจังในการบริหารงานอย่างเป็นระบบเหล่านี้ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและลูกค้า

4. จัดทำแผนสืบทอดกิจการ ควรเตรียมความพร้อมสำหรับการถ่ายโอนอำนาจบริหารจัดการ โดยวางแผนการส่งมอบสินทรัพย์และบทบาทหน้าที่ล่วงหน้า รวมถึงการฝึกอบรมทายาทรุ่นต่อไปให้พร้อมรับช่วงต่ออย่างเป็นระบบ

ด้วยการวางรากฐานที่แข็งแกร่งตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตกิจการของท่านอาจก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาของธุรกิจครอบครัว ที่สามารถยืนหยัดข้ามผ่านกาลเวลาได้อย่างน่าภาคภูมิใจก็เป็นได้

              

อ้างอิง: Family Business United. (2025). The oldest family businesses in the world. https://www.familybusinessunited.com/post/the-oldest-family-businesses-in-the-world