thansettakij
thansettakij
ดาต้าเซ็นเตอร์กับโจทย์พลังงาน ควบคุมได้จริงหรือ?

ดาต้าเซ็นเตอร์กับโจทย์พลังงาน ควบคุมได้จริงหรือ?

07 ส.ค. 69 | 23:00 น.

ดาต้าเซ็นเตอร์กับโจทย์พลังงาน ควบคุมได้จริงหรือ? : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,225

KEY

POINTS

  • การเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจากกระแส AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้เกิดความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล สร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
  • ภาครัฐได้จัดตั้ง "คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์" เพื่อกำกับดูแลและวางนโยบายการลงทุนให้มีความชัดเจนและรอบคอบมากขึ้น
  • ความท้าทายสำคัญไม่ใช่แค่การมีคณะกรรมการ แต่ต้องมีกลไกกำกับดูแลที่เข้มแข็ง โปร่งใส และ มีหลักเกณฑ์ชัดเจน เช่น การกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน และการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน

การลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย จากกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์คอมพิวติ้ง และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่างมองหาแหล่งลงทุนแห่งใหม่ในภูมิภาคอาเซียน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาพร้อมกับการลงทุนมหาศาล คือ ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูง ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่สามารถใช้ไฟฟ้าเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่ง จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยมีศักยภาพรองรับหรือไม่ 

และมาตรการของภาครัฐจะสามารถควบคุมการใช้พลังงานได้จริงเพียงใด เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ ท่ามกลางคลื่นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์มีการขอส่งเสริมการลงทุนเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นโดยผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม2569 ที่ผ่านมา 

โดยเหตุผลหลักในการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นว่า ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการให้บริการ Cloud ทั้งภาครัฐและเอกชน การมีกลไกเชิงนโยบายที่ชัดเจนจะช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI และดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

การจัดตั้งคณะกรรมการ หรือ บอร์ดกำกับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้การพิจารณาโครงการมีความรอบคอบมากขึ้น ทั้งด้านกำลังผลิตไฟฟ้า ความมั่นคงของระบบส่ง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แต่การมี “บอร์ด” เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบ หากขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและกลไกติดตามที่มีประสิทธิภาพ

สิ่งที่สังคมต้องการเห็น คือ การกำหนดมาตรฐานด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การกำหนดค่าใช้ไฟฟ้าตามช่วงเวลา รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานของแต่ละโครงการอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนกับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ไม่ควรให้การเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือน หรือภาคการผลิตที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่ผู้ร้าย หากได้รับการวางแผนอย่างเหมาะสม ก็สามารถเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่หากขาดการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง การเติบโตอาจกลายเป็นภาระต่อระบบไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ควบคุมการใช้พลังงานได้จริงหรือไม่ แต่บอร์ดจะมีอำนาจ กลไก แล ะความโปร่งใสเพียงพอที่จะทำให้ทุกโครงการเติบโตบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อประเทศและประชาชนได้จริงหรือไม่

เพราะท้ายที่สุด ความสำเร็จของนโยบายจะวัดได้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเท่านั้น

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,225 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569