
ล้มแผนช็อปปิ้งมอลล์ อคส.ลุยห้องเย็นปั๊มรายได้
อคส.ลุยพัฒนาคลังสินค้ากทม.-ตจว. นำร่องคลังราษฎร์บูรณะ พัฒนาเป็นห้องเย็นเก็บสินค้าเต็มพื้นที่ ล้มแผนช็อปปิ้งมอลล์คลังธนบุรีหันมาลุยปล่อยเช่าคลังแทน มั่นใจสร้างรายได้ใหม่ไม่ต่ำปีละ 200 ล้าน
นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า อคส. มีแผนจะพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพไม่ว่าจะเป็นคลังราษฎร์บูรณะ คลังธนบุรี หรือคลังในต่างจังหวัด เช่น คลังบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น คลังที่บัวใหญ่ นครราชสีมา หรือคลังที่นครสวรรค์ เพื่อนำมาพัฒนาให้เกิดรายได้ โดยจะใช้งบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาทในการพัฒนาเป็นห้องเย็นให้เช่าเก็บสินค้า
โดยเฉพาะคลังราษฎร์บูรณะมีพื้นที่ 20 ไร่ สามารถทำเต็มพื้นที่ได้ 13,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) จะปล่อยเช่าเดือนละ 20,000 บาทต่อตร.ม.สำหรับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้แก่ ผู้ประกอบการฟู้ดเซอร์วิส ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อย อีกทั้งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานแขวนพระราม 9 มีท่าเทียบเรือ นอกจากนี้จะแบ่งให้เกษตรกรที่ต้องการเก็บสินค้าทางการเกษตร ขณะนี้เปิดให้เช่าแล้ว 600 ตร.ม. คาด อคส.จะมีรายได้ในตรงนี้ประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี หากเปิดให้เช่าเต็มพื้นที่ 12,000 ตร.ม.โดยตุลาคมปีนี้จะเริ่มเห็นรายได้เข้ามาบ้าง เพราะได้ออร์เดอร์จองพื้นเข้ามาอีก 300 ตร.ม.
ส่วนโครงการในอดีตที่อคส.มีแผนพัฒนาที่ดินคลังสินค้าธนบุรี 20 ไร่ ที่มีแผนจะพัฒนาเป็นแหล่งช็อปปิ้งมอลล์ รูปแบบจะคล้ายกับเอเชียทีคฯ มีศูนย์เรียนรู้และแปลงสาธิตการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่พันธกิจของอคส.แต่แรกแล้ว ดังนั้นไม่ควรทำ เพราะอคส.ไม่มีความเชี่ยวชาญ เพราะถ้าอคส.ลงทุนอะไรที่ไม่ใช่พันธกิจแล้วไม่ประสบความสำเร็จ อคส.จะถูกสังคมต่อว่า
“มองว่าการทำเป็นช็อปปิ้งมอลล์ เริ่มต้นทุกอย่างดูสวยหรูหมด แต่พอเริ่มควักเงินแล้วต้องใช้เงินเยอะมาก ต้องถามว่าอคส.บริหารจัดการไหวมั้ย คนอคส.ปรับตัวได้หรือไม่ เป็นเรื่องยาว ผมจึงมองว่าอะไรที่พันธกิจเป็นความเชี่ยวชาญของอคส.เราควรทำสิ่งนั้นมากกว่า”
ทั้งนี้คลังธนบุรี ซึ่งเป็นคลังร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลังคาที่รั่ว หากแล้วเสร็จคาดว่าจะมีรายได้จากการปล่อยเช่ารวมทุกคลังที่อคส.มีทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดปีละเกือบ 200 ล้านบาท ส่วนแผนการพัฒนาคลังในต่างจังหวัด ทั้งที่บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เบื้องต้นวางไว้เป็นห้องเย็น ส่วนที่บัวใหญ่ นครราชสีมา จะต้องลงไปดูพื้นที่อีกครั้งว่าเหมาะที่จะพัฒนาเป็นอะไร ซึ่งที่มองไว้อาจจะพัฒนาเป็นไซโล เพราะนครราชสีมาเป็นเมืองมันสำปะหลัง และข้าวโพด ส่วนที่นครสวรรค์ อาจจะพัฒนาเป็นบ้านพักพนักงานอคส.ที่เกษียณอายุไปอยู่อาศัยในบั้นปลาย โดยจะแบ่งเป็นล็อกๆ ละ 100 ตร.ม. หรืออาจจะทำเป็นแปลงเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร
หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,647 วันที่ 24 - 27 มกราคม พ.ศ. 2564










