thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ ปลื้ม ‘เควิน วอร์ช’ ชมไทยปราบสแกมเมอร์ ดัน Bangkok Blueprint

‘เอกนิติ’ ปลื้ม ‘เควิน วอร์ช’ ชมไทยปราบสแกมเมอร์ ดัน Bangkok Blueprint

16 ต.ค. 69 | 14:57 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 15:03 น.

‘เอกนิติ’ เผย ‘เควิน วอร์ช’ ชมไทยปราบแก๊งสแกมเมอร์ ลุยต่อยอดสู่ ‘Bangkok Blueprint’ ร่วม IMF-ธนาคารโลก พร้อมโชว์ ‘นกกระซิบ’ โมเดล AI ช่วยพ่อค้าแม่ค้า

KEY

POINTS

  • เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แสดงความชื่นชมประเทศไทยที่ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง
  • ไทยนำเสนอแนวทาง "Bangkok Blueprint" ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงาน (Connect the dot) เพื่อติดตามและจัดการอาชญากรรมทางการเงิน
  • แนวคิด "Bangkok Blueprint" ถูกผลักดันในเวทีประชุม IMF และธนาคารโลก เพื่อเป็นต้นแบบให้ประเทศต่างๆ นำไปปรับใช้รับมือภัยคุกคามทางการเงินข้ามชาติ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings 2026) ประเทศไทยได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรการเงินระหว่างประเทศและผู้นำด้านนโยบายเศรษฐกิจหลายประเด็น

โดยเฉพาะแนวทางปราบปรามขบวนการทุนเทาและแก๊งสแกมเมอร์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน และการรักษาวินัยทางการคลังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดการเงิน

ทั้งนี้ นายเอกนิติ พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หารือกับนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในโอกาสเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือความร่วมมือในการปราบปรามขบวนการทุนเทาและภัยคุกคามทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

นายเอกนิติระบุว่า นายเควิน วอร์ช ได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการนำข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงินและจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงิน

“เราคุยกันเยอะเรื่องการปราบปรามทุนเทา ประธานเฟดได้ชื่นชมและขอบคุณไทยเรื่องการปราบสแกมเมอร์ ซึ่งเราเอาข้อมูลของทุกหน่วยงานมาเชื่อมโยงกัน หรือ Connect the dot แล้วทำเป็นพิมพ์เขียวให้ประเทศต่าง ๆ เอาไปใช้เรียกว่า Bangkok Blueprint ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ท่านประธานเฟดสนใจ และรู้สึกประทับใจ”

ดัน ‘Bangkok Blueprint’ เชื่อมข้อมูลสกัดทุนเทา

นายเอกนิติกล่าวว่า แนวคิดสำคัญของประเทศไทยคือการปรับรูปแบบการทำงานจากเดิมที่แต่ละหน่วยงานดำเนินการแยกส่วน มาเป็นการบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกัน หรือ Connect the dot เพื่อให้สามารถมองเห็นความเชื่อมโยงของธุรกรรมทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

การดำเนินงานดังกล่าวอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการประสานงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางดังกล่าวถูกนำไปต่อยอดร่วมกับ IMF และธนาคารโลก เพื่อจัดทำเป็นกรอบแนวทางสำหรับการรับมือกับภัยคุกคามทางการเงินข้ามชาติ ภายใต้ชื่อ “Bangkok Blueprint” โดยมีเป้าหมายให้ประเทศต่าง ๆ สามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและระบบกำกับดูแลของตนเอง

สำหรับปัญหาสแกมเมอร์และขบวนการทุนเทา ถือเป็นความท้าทายที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยการดำเนินงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรรมอาจมีการโอนเงินข้ามพรมแดน ใช้บัญชีหรือช่องทางทางการเงินหลายรูปแบบ และแปรสภาพเงินผ่านสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่าง ๆ

การเชื่อมโยงข้อมูลจึงเป็นกลไกสำคัญในการติดตามธุรกรรมที่มีความผิดปกติ ขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานและรับมือกับเครือข่ายที่ดำเนินการข้ามเขตอำนาจของแต่ละประเทศ

การผลักดัน Bangkok Blueprint จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ไทยนำเสนอในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อขยายผลประสบการณ์การทำงานแบบบูรณาการไปสู่กรอบความร่วมมือในระดับสากล

ธนาคารโลกสนใจ ‘นกกระซิบ’ AI ช่วยรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อ

นอกจากการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแล้ว การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ยังเป็นเวทีที่ประเทศไทยนำเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุน

นายเอกนิติกล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ธนาคารโลกให้ความสำคัญกับการผลักดัน AI ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปสามารถพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพได้มากขึ้น

ประเด็นดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านเวทีเสวนาหัวข้อ “Small AI, Better Jobs” ซึ่งผู้แทนประเทศไทยได้นำเสนอระบบ AI “นกกระซิบ” ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำมาหากินของพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดและผู้ค้าริมทาง

แนวคิดของนกกระซิบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยทำงานเท่านั้น แต่ยังมุ่งนำข้อมูลจากการประกอบอาชีพและการค้าขายมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ โดยเฉพาะการพิจารณาสินเชื่อผ่านสถาบันการเงิน

สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้

นายเอกนิติระบุด้วยว่า นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ได้กล่าวกับตนว่าจะนำโมเดลนกกระซิบของประเทศไทยไปใช้เป็นกรณีศึกษาต้นแบบบนเวทีการประชุม

การนำเสนอโมเดลดังกล่าวสะท้อนแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งอาจมีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ขาดเครื่องมือดิจิทัลหรือข้อมูลที่สถาบันการเงินสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้อย่างเพียงพอ

หากสามารถพัฒนาระบบให้ใช้งานได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม เทคโนโลยี AI ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และสนับสนุนให้เศรษฐกิจฐานรากมีโอกาสเติบโตมากขึ้น