thansettakij
thansettakij
เริ่มวันนี้ CAAT ออกกฎใหม่สนามบิน เจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าที่โหลดได้ ไม่ต้องเรียกเจ้าของ

เริ่มวันนี้ CAAT ออกกฎใหม่สนามบิน เจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าที่โหลดได้ ไม่ต้องเรียกเจ้าของ

16 ต.ค. 69 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 04:58 น.

เริ่มวันนี้ CAAT ออกกฏใหม่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบิน เจ้าหน้าที่สนามบินมีอำนาจเปิดกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าของล่วงหน้า หากเครื่องสแกนพบสิ่งผิดปกติหรือวัตถุต้องสงสัย เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569

KEY

POINTS

  • กพท. (CAAT) ประกาศกฎใหม่ มีผลบังคับใช้ 16 ต.ค. 69 ให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้เครื่องได้โดยไม่ต้องรอเจ้าของ หากเครื่องสแกนตรวจพบวัตถุต้องสงสัย
  • การเปิดตรวจค้นจะดำเนินการในพื้นที่ที่กำหนด มีการบันทึกภาพทุกขั้นตอน และจะใส่เอกสารแจ้งให้ผู้โดยสารทราบไว้ในกระเป๋าหลังการตรวจค้น
  • หากกระเป๋าถูกล็อกและเปิดไม่ได้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ทำลายกุญแจโดยไม่มีการชดเชยความเสียหาย จึงแนะนำให้ผู้โดยสารใช้กุญแจมาตรฐาน TSA Lock

16 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย CAAT หรือ กพท. เรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป

เริ่มวันนี้กฎใหม่ CAAT เจ้าหน้าที่สนามบิน มีสิทธิ์เปิดกระเป๋าที่โหลดได้ ไม่ต้องเรียกเจ้าของ

การออกกฏใหม่ของ CAAT โดยให้เจ้าหน้าที่สนามบินมีอำนาจเปิดกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าของล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลที่ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งการเปิดตรวจกระเป๋าสัมภาระจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย และอยู่ภายใต้ขั้นตอนการตรวจสอบที่รัดกุมและตรวจสอบย้อนหลังได้

การเปิดตรวจกระเป๋าโดยไม่แจ้งเจ้าของล่วงหน้า มิใช่การเปิดตรวจกระเป๋าของผู้โดยสารโดยทั่วไป แต่จะดำเนินการเฉพาะกรณีที่เครื่องเอกซเรย์ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งของที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยการบินเท่านั้น 

โดยการเปิดตรวจจะดำเนินการในพื้นที่ที่กำหนด มีการบันทึกภาพและจัดเก็บหลักฐานทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ มีการตรวจพบสิ่งใด และจะต้องมีการแจ้งให้ผู้โดยสารทราบภายหลังว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระตามขั้นตอนที่กำหนด

แนวทางดังกล่าวเป็นมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่ใช้อยู่ในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงหลายประเทศในตะวันออกกลางและยุโรป ตลอดจนสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันการนำสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อการบินขึ้นอากาศยาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเที่ยวบิน ลดความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากการต้องติดตามเจ้าของกระเป๋ามาเปิดสัมภาระก่อนออกเดินทาง

สาระสำคัญ ดังนี้

  •  หากเครื่องสแกนพบสิ่งผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีวัตถุต้องห้าม วัตถุอันตราย หรือวัตถุต้องสงสัยในกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่อง
  • เจ้าหน้าที่มีอำนาจ เปิดกระเป๋าเพื่อตรวจค้นได้ทันที โดย ไม่จำเป็นต้องเปิดต่อหน้าผู้โดยสาร
  • ทุกครั้งที่มีการเปิดกระเป๋า จะมีการบันทึกภาพระหว่างการตรวจค้น ใส่เอกสารแจ้งการตรวจค้นไว้ภายในกระเป๋า
  • หากพบวัตถุต้องห้าม เจ้าหน้าที่มีอำนาจ ยึดของกลางไว้ และดำเนินการตามกฎหมาย

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร

ควรใช้กุญแจหรือระบบล็อกที่ได้มาตรฐาน เช่น TSA Lock เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตรวจได้โดยไม่ทำให้กระเป๋าเสียหาย

แต่หากเปิดกระเป๋าไม่ได้ เจ้าหน้าที่ มีสิทธิ์ทำลายกุญแจหรือระบบล็อกได้ และไม่มีการชดเชยความเสียหาย

ดังนั้นก่อนโหลดกระเป๋า อย่าเช็กแค่น้ำหนัก ต้องอย่าลืมตรวจสอบด้วยว่า สิ่งของที่นำติดตัวสามารถโหลดใต้เครื่องได้หรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและความล่าช้าในการเดินทาง