
ประธานประชุม IMF-World Bank ชี้โลกเสี่ยงรอบด้าน ปรับเครื่องมือการเงิน-ใช้ AI
ประธานประชุม IMF-World Bank 2026 ชี้เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตหนี้ การค้า สภาพภูมิอากาศ เเนะปรับเครื่องมือการเงินให้ทันความเสี่ยง พร้อมใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจและหนุนประเทศกำลังพัฒนา
KEY
POINTS
- ประธานการประชุม IMF-World Bank ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตหนี้ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา
- IMF และธนาคารโลกจำเป็นต้องปรับกรอบการทำงานและเครื่องมือทางการเงินเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ โดยมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นและเพิ่มขีดความสามารถในการระดมทุน
- ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการเติบโต พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายคาร์ลอส คาร์วัลโญ สปาลดิง (Carlos Carvallo Spalding) ประธานการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) กล่าวเปิดการประชุมเต็มคณะประจำปี โดยระบุว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศจำเป็นต้องปรับกรอบการทำงานและเครื่องมือทางการเงินให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
นายคาร์ลอสกล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนชาวไทยสำหรับการต้อนรับและการจัดการประชุม พร้อมแสดงความเสียใจต่อพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยของชาติ รวมถึงส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
เขาระบุว่า การจัดประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความเข้มแข็งของกรุงเทพฯ โดยเมื่อปี 2534 ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและกลุ่มธนาคารโลก ณ ศูนย์ประชุมแห่งเดียวกันนี้ ก่อนที่ประเทศจะผ่านการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามาอย่างมากตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ความอบอุ่นและอัธยาศัยไมตรีของคนไทยยังคงเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง
โลกเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ประเทศกำลังพัฒนารับแรงกดดัน
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน นายคาร์ลอสระบุว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตหนี้โลก ความตึงเครียดทางการค้า และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเผชิญการเติบโตของรายได้ต่อหัวที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตโรคระบาด ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล ภาคธุรกิจ และชีวิตประจำวันของประชาชน
นายคาร์ลอสเน้นย้ำว่า ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง การทำงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกกับไอเอ็มเอฟและกลุ่มธนาคารโลกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
IMF-ธนาคารโลกปรับเครื่องมือการเงิน รับความเสี่ยงใหม่
นายคาร์ลอสกล่าวว่า เมื่อบริบทโลกเปลี่ยนแปลงไป กรอบการทำงานและเครื่องมือทางการเงินของสถาบันการเงินระหว่างประเทศก็ต้องปรับตัวตาม โดยในปีนี้ ไอเอ็มเอฟและกลุ่มธนาคารโลกได้ร่วมกันทบทวนงานสำคัญหลายด้าน ทั้งกรอบความยั่งยืนทางการเงินและโครงการประเมินภาคการเงิน เพื่อให้สามารถรับมือกับภูมิทัศน์ทางการเงินที่เปลี่ยนไป และเพิ่มขีดความสามารถในการเตือนภัยล่วงหน้าให้ครอบคลุมความเสี่ยงใหม่ในภาคการเงินและด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับแนวทางการปรับตัวของทั้งสองสถาบัน ประกอบด้วย
ไอเอ็มเอฟ (IMF) ทบทวนการติดตามภาวะเศรษฐกิจและการออกแบบเงื่อนไขการให้กู้ยืม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศ และช่วยให้การสนับสนุนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปรับปรุงและลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน พร้อมเพิ่มความสามารถในการระดมทุนจากภาคเอกชนมากกว่า 3 เท่า และให้ความสำคัญกับการสร้างงานควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือกับอนาคต
ดัน AI เพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจ หนุนประเทศสมาชิก
อีกประเด็นสำคัญที่นายคาร์ลอสเน้นย้ำคือ การทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขยายโอกาสด้านนวัตกรรม
การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับ AI ทั้งในมิติของการบริหารจัดการผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและตลาดแรงงาน ตลอดจนการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา AI สำหรับประเทศสมาชิก เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างสมดุล
ในช่วงท้ายของการกล่าวสุนทรพจน์ นายคาร์ลอสย้อนถึงการประชุมเมื่อ 35 ปีก่อนในกรุงเทพฯ โดยระบุว่า ในเวลานั้นอาจไม่มีใครคาดคิดว่าโลกและประเทศไทยจะพัฒนามาได้ไกลเช่นในปัจจุบัน แม้อนาคตยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การตัดสินใจและการดำเนินการร่วมกันในวันนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันกำหนดเส้นทางสู่ความมั่งคั่งและการเติบโตที่จะพลิกโฉมสังคมในอีก 35 ปีข้างหน้า






