ศึกใน อคส.ปะทุอีกระลอก จากถุงมือยางลามสรรหาผู้บริหาร

18 ธ.ค. 2563 เวลา 8:29 น. 606

 สหภาพฯแรงงาน อคส. เดินหน้าสอบถามความคืบหน้าทุจริตถุงมือยาง พร้อมฉะ ผอ.สรรหาตำแหน่งในองค์กรไม่โปร่งใส เปิดรับสมัครเอื้อพวกพ้อง ขณะวงใน อคส. เผย ใกล้กระชากหน้ากากตัวการใหญ่แพร่เชื้อทุจริต รู้ตัวเร็วสุดธันวาฯ อย่างช้ามกราคม 64

องค์การคลังสินค้า (อคส.) ร้อนระอุขึ้นมาอีกรอบ จากทุจริตถุงมือยาง ที่ยังตามล่าหาตัวการใหญ่ที่นำเงินองค์กรออกไปใช้เป็นค่ามัดจำสินค้า 2,000 ล้านบาทไม่ได้ ล่าสุดลามถึงความขัดแย้งในองค์กร มุ่งเป้าไปที่การสรรหาบุคคลที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้ในตำแหน่งที่ว่าง ที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การคลังสินค้า (สร.อคส.) เปิดหน้าฉะการทำงานของฝ่ายบริหาร ระบุเอื้อประโยชน์พวกพ้อง

 นายอัศวิน เริงวิจิตรา ประธาน สร.อคส. เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึง การติดตามกรณีการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางของ อคส. มูลค่า 112,500 ล้านบาท ของพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการ อคส.กับพวก ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานเพื่อเอาผิด และตามอายัดเงิน 2,000 ล้านบาทที่อคส.โอนให้เอกชนคู่สัญญาคือบริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด ว่า สหภาพฯได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและทำหนังสือไปถึงฝ่ายบริหารเพื่อติดตามความคืบหน้าการตามหาเงิน 2,000 ล้านบาท 

ศึกใน อคส.ปะทุอีกระลอก  จากถุงมือยางลามสรรหาผู้บริหาร

 จากการติดตามจากกระแสข่าวต่างๆ สหภาพฯได้มีการตั้งข้อสังเกตโดยเฉพาะเอกสารคู่สัญญาของเอกชนที่ทำสัญญากับอคส. มีการประทับตราของบริษัท การ์เดียน โกลฟส์  2 บริษัท คือบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จังหวัดระยอง และบริษัท HAPPY HANG GLOVES จังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าจะเป็นผู้ส่งถุงมือยางให้กับการ์เดียน โกลฟส์   ซึ่งสหภาพฯตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดทางฝ่ายบริหารไม่ดำเนินการตรวจสอบบริษัทดังกล่าวว่ามีการทำสัญญากับการ์เดียน โกลฟส์หรือไม่ในช่วงที่ทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางกับอคส.

 

 ทั้งนี้หลังจากการสอบถามไปยังเอกชน ปรากฏว่าทั้ง 2 รายไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าวว่ามีการทำสัญญากับการ์เดียน โกลฟส์ และขณะนี้เอกชนทั้ง 2 รายได้แจ้งกลับมาว่า อยู่ระหว่างรอหนังสือสอบถามจาก อคส. อย่างไรก็ตามสหภาพฯได้ทำหนังสือสอบถามไปยังฝ่ายบริหารเพื่อทวงถามเรื่องดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบทั้ง ผอ.อคส.และบอร์ดบริหาร 

 

นอกจากการติดตามความคืบหน้าทุจริตถุงมือยางที่ยังต้องลุ้นว่าจะสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่นั้น สหภาพฯอคส. ยังเปิดศึกกับฝ่ายบริหารถึงกรณีการสรรหาฝ่ายบริหารที่ยังมีตำแหน่งว่างอยู่  ทั้งรอง ผอ.อคส.ที่ว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองนิติการ หรือแม้แต่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านกฎหมาย  โดยเฉพาะตำแหน่ง ผอ.กองนิติการ นั้น สหภาพฯได้รับการร้องเรียนจากพนักงาน อคส.จำนวนมากถึงความไม่โปร่งใสในการสรรหา เพราะผู้ที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวเป็นคนใกล้ชิด กับผอ.อคส.และเป็นคนนอก เรื่องนี้สหภาพฯมองว่าเหตุใดฝ่ายบริหารหรือผอ.อคส. ไม่เปิดกว้างสรรหาคนในอคส.ก่อน หากคนในไม่มีความเหมาะสมถึงจะเปิดรับสมัครคนนอกเข้ามา แต่กลับเลือกที่จะเปิดให้คนนอกเข้ามาสมัครโดยที่คนในอคส.ไม่มีโอกาส และผอ.อคส.เองนั่งเป็นประธานสรรหาด้วยตัวเอง

 

 “สหภาพฯยอมรับได้หากบุคคลนั้นได้รับการสรรหาที่เป็นธรรม โปร่งใส  พนักงานยินดีต้อนรับและร่วมงานด้วย แต่ที่ผ่านมา ผอ.ไม่รับฟังความเห็นจากสหภาพฯ ผมทำหนังสือสอบถามเรื่องนี้ไปหลายครั้งและทำหนังสือไปยังประธานบอร์ดหลายฉบับก็ไม่มีการตอบกลับ มองว่าฝ่ายบริหารไม่ให้ความสำคัญกับสหภาพฯ ทั้งๆ ที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์กร และพนักงาน”

 

 ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจาก อคส. เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าการทุจริตถุงมือยางว่า ขณะนี้ใกล้จะกระชากหน้ากากตัวการใหญ่ได้แล้ว  หากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะเปิดเผยได้ประมาณปลายธันวาคมหรืออย่างช้าประมาณเดือนมกราคม ขณะนี้อคส.อยู่ระหว่างคุยกับพยานคนสำคัญเพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่