thansettakij
thansettakij
เตือน 10 จังหวัดใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงท่วมฉับพลัน

เตือน 10 จังหวัดใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงท่วมฉับพลัน

11 พ.ย. 63 | 10:25 น.

กอนช. เตือน 10 จังหวัดใต้ รับมือ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน วันที่ 12-13 พ.ย. เกิดจาก พายุ “เอตาว” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดดอากาศต่ำ ทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง

สำเริง  แสงภู่วงค์

 

นายสำเริง  แสงภู่วงค์  รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประกาศว่า จากการติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในช่วงวันที่ 12 – 13 พฤศจิกายน 2563 หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุเอตาว บริเวณประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

 

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินฝนจากแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝน (One Map) พบว่า ในช่วงวันดังกล่าว จะมีฝนตกหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ 10  จังหวัด ได้แก่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณที่ลาดเชิงเขา รวมทั้งทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเกินความจุส่งผลให้น้ำหลากเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำและด้านท้ายน้ำได้ ดังนั้น จึงขอให้ติดตามเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดำเนินการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ ดังนี้


 

เตือน 10 จังหวัดใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงท่วมฉับพลัน

 

1. ติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

 

2 ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงบริเวณต่างๆ ทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์น้ำหลาก 3.ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำ/แม่น้ำ

 

4. พิจารณาบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 95 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้น จังหวัดระนอง อ่างเก็บน้ำบางวาด จังหวัดภูเก็ต อ่างเก็บน้ำห้วยลึก อ่างเก็บน้ำคลองหยา และอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง จังหวัดกระบี่ เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ 5. จัดเจ้าหน้าที่ในการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พร้อมด้วยเครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ตลอดจนกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้สามารถรองรับน้ำฝน และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ