
วิกฤติไวรัสป่วนภาคผลิต ขนส่งสะดุด-ส่งออกชะงัก
สรท.ชี้ขนส่งสินค้าในประเทศสะดุด จากหลายจังหวัดคุมเข้มการขนส่งสินค้าข้ามเขต แนะพนักงานขับรถต้องพก 3 เอกสารสำคัญไว้สำแดงช่วยลดความล่าช้า ขณะตลาดส่งออกกลุ่มอาหาร ยานยนต์และชิ้นส่วนยังกระทบหนักจากปิดเมืองในหลายประเทศ
สถานการณ์ปัจจุบันแต่ละประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ต่างต้องแก้ไขปัญหา ภายในของตัวเอง หลายประเทศมีการปิดเมือง (ล็อกดาวน์) ทําให้ระบบโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าไม่สะดวก ห่วงโซ่การผลิตของโลกมีปัญหา ส่วนไทยมีการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศเคอร์ฟิว ปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และการส่งออกของไทยมากน้อยเพียงใดนั้น
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การกำหนดมาตรการสําหรับการขนส่งสินค้าในประเทศในขณะนี้แต่ละพื้นที่มีการประกาศระเบียบ เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันไป ทำให้เจ้าหน้าที่ในบางจังหวัดใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้รถขนส่งสินค้าเข้าไปส่งสินค้าในบางพื้นที่ เช่น โรงงานข้ามเขตจังหวัด หรือขนส่งแรงงานที่อยู่คนละจังหวัดกับโรงงาน หากเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการเข้มมากขึ้น อาจส่งผลให้สินค้าขาดตลาดเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ดี เพื่อแก้ปัญหาสมาชิกสามารถใช้แนวทางปฏิบัติสําหรับการขนส่งสินค้าอ้างอิงมติการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) (ศบค.)โดยสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องการขนส่งสินค้าข้ามพื้นที่จังหวัดภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การขนส่งสินค้าต้องประกอบด้วย 1.ผู้ขับรถต้องพกพาใบอนุญาตขับรถและบัตรประชาชน 2. เอกสารใบกำกับการขนส่ง ใบส่งของที่มีการระบุต้นทาง ปลายทาง 3. แบบฟอร์มสอบถามสุขภาพ ต.8-คค ทั้งผู้ขับรถและพนักงานติดรถ 4. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อลดระยะเวลารอคอยจากปัญหาด้านเอกสาร และความแออัด ณ จุดตรวจ
นายวิศิษฐ์ ยังเผยถึงปัญหาอุปสรรคของสมาชิกของ สรท.(กว่า 2,300 บริษัท) ในเวลานี้ จากที่ได้สอบถามสมาชิกบางกลุ่ม อาทิ กลุ่มยานยนต์และกลุ่มอาหาร บางส่วนพบว่า ผลจากการชะลอตัวของอุปสงค์จากคู่ค้า เช่น สหราชอาณาจักร ยุโรป สหรัฐอเมริกา เนื่องจากร้านสาขาของลูกค้าและกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม ถูกสั่งปิดทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้ในกลุ่มสินค้าอาหาร กลุ่มยานยนต์ และชิ้นส่วนประกอบได้ปรับเวลา และประกาศหยุดการผลิตชั่วคราว จากคำสั่งซื้อลดลง และแจ้งชะลอคำสั่งซื้อออกไปก่อนทำให้ต้องประกาศปรับลดกำลังผลิตลงเหลือ 1.90 ล้านคันในปีนี้ เป็นต้น
“ยังมีปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่กระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มผัก ผลไม้สด ที่เป็นสินค้าที่เน่าเสียง่าย จากผลของการปิดเส้นทางการเดินรถ กระทบต่อการขนส่งวัตถุดิบและการกระจายสินค้า และการนําเข้าวัตถุดิบมีปัญหาจากการขาดแคลนตู้สินค้า ประกอบกับ Ingredient ที่ต้องนำเข้าจากจีน ปัจจุบันจีนยังไม่สะดวกที่จะส่งของมาให้ ทำให้ต้องหาวัตถุดิบทดแทนจากประเทศอื่นที่มีราคาสูง กระทบต้นทุนด้านวัตถุดิบเพิ่มขึ้น เป็นต้น”
หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,566 วันที่ 16 - 18 เมษายน พ.ศ. 2563










