thansettakij
thansettakij
“มัลลิกา” เดินหน้าเอาผิด “อัจฉริยะ”

“มัลลิกา” เดินหน้าเอาผิด “อัจฉริยะ”

18 มี.ค. 63 | 06:34 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 64 | 11:45 น.

“มัลลิกา” แจงปม “อัจฉริยะ”ระบุที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์มีมีส่วนเกี่ยวข้องการส่งออกหน้ากากอนามัย ยืนยันไม่เป็นความจริง และถูกใส่ร้าย โดยจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   กล่าวถึงกรณที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กล่าวหาโดยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกหน้ากากอนามัยนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการส่งออกหน้ากากอนามัย หรือกิจการใดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยแต่อย่างใด และไม่รู้จัก ไม่มีความสัมพันธ์ ไม่ได้ผูกพัน ไม่ได้ใกล้ชิด ไม่ได้มีมิตรคนใดไปเกี่ยวข้องกับกิจการหน้ากากอนามัยของบริษัทใดซึ่งในการทำหน้าที่ขออนุญาต ส่งออกหน้ากากอนามัย นั้นจะมีคณะอนุกรรมการ จากกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีทั้งตัวแทนองค์การอาหารและยา (อย.) ตัวแทนองค์การเภสัช ตัวแทนกรมการค้าภายใน และตัวแทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้พิจารณาซึ่งเป็นองค์คณะ ฝ่ายข้าราชการการเมืองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ จึงเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องตามที่พยายามยัดเยียด ข้อกล่าวหา  โดยยืนยันว่าพร้อมให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งในส่วนของพรรคได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงส่วนกระทรวงพาณิชย์หากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก็พร้อมให้ตรวจสอบ

“มัลลิกา” เดินหน้าเอาผิด “อัจฉริยะ”

ส่วนกรณีนี้อาจจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่นั้น นางมัลลิการะบุว่า ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าตัวเองตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่และโปร่งใสและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตขึ้นอย่างแน่นอนและยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดี 2 ข้อหาต่อนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หรือที่อ้างว่า คือ เกี่ยวกับความผิดเรื่องหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวน ต่อศาลที่มีอำนาจ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากการที่นายอัจฉริยะกล่าวหาให้ร้ายว่ามีที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกหน้ากากอนามัย

“ที่ไม่ได้ออกมาตอบโต้ตั้งแต่ต้นเนื่องจากนายอัจฉริยะไม่ได้ระบุชื่อใครแม้แต่ตอนไปยื่นเรื่องต่อรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่เพราะการพูดซ้ำหลายครั้งของนายอัจฉริยะ จึงได้มีการรวบรวมแล้วได้มีการพาดพิงถึงที่ปรึกษารัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้หญิงระบุบุคลิกทำให้คนเชื่อได้ว่าเป็นนางมัลลิกา ประกอบกับที่ปรึกษาซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งของกระทรวงนี้คือนางมัลลิกา ดังนั้นจึงต้องดำเนินการทางคดีอาญาให้ถึงที่สุด”