
ชี้ตั้งกองทุน-สภาประมงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
ประธานประมงฯ เบรกยกร่าง พ.ร.บ.กองทุนการประมง พ่วงตั้งสภาการประมงฯ ชี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แนะ “อลงกรณ์” ดัน ม.83 แก้แรงงานประมงขาดแคลนก่อน ด้าน เกษตรฯ เผยความคืบหน้าร่างฯ คาดจะเปิดเวทีประชาพิจารณ์ในเร็วๆนี้
นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เรื่องการยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนการประมงแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสภาการประมงแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....ซึ่งมี นายอรรถพร พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานอนุกรรมการ ไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีความหลากหลายในอาชีพตัวบุคคลที่นั่งในกรรมการ
อาทิ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น เมื่อมาใช้เงินก้อนเดียวเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งมากกว่าจึงอยากเสนอให้แยกตั้งเป็นกองทุนประมงทะเล (พาณิชย์-พื้นบ้าน) ตั้งเป็นกองเดียวกันได้ ส่วนประมงอื่นก็แยกกันจะมีความคล่องตัวและเข้าใจกันมากกว่าในการแก้ปัญหา
“ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่สิ่งที่เร่งด่วนที่อยากจะให้ทำเร็วที่สุดก็คือ การแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง โดยใช้มาตรา 83 พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 อนุญาตให้อธิบดีกรมประมงมีอำนาจเช่นเดียวกับ “เจ้าท่า” และ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” ในการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้าเมืองและทำงานในภาคการประมงได้”
นายกำจร กล่าวว่า เริ่มแรกเมื่อเข้ามานั่งในเก้าอี้ประธานฯ แล้วอยากให้มีการเจรจากันก่อน ว่าข้อไหนทำได้หรือไม่ได้ ถ้าขัดกับหลักของอียูก็ให้แขวนไว้ก่อนได้ และเรื่องไหนที่ไม่ขัดก็ช่วยผ่อนคลายกฎต่างให้กับชาวประมงก่อน อยากให้ชี้แจงมาก็พร้อมที่จะรับฟัง
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ด้วยภาคการประมงของประเทศไทยนั้นมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เพราะเป็นภาคการผลิตและส่งออกที่สร้างรายได้ที่สำคัญสาขาหนึ่งของภาคการเกษตรของประเทศ ดังนั้น เพื่อเร่งพัฒนาส่งเสริมศักยภาพในทุกภาคส่วน ตามนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญในการการจัดตั้งกองทุนการประมงแห่งชาติ และสภาการประมงแห่งประเทศไทย
“เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการด้านการประมงมีแหล่งทุนเพิ่มอีกแหล่งหนึ่งในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาการประมง จึงจำเป็นต้องมีการจัดตั้งกองทุนการประมงแห่งชาติขึ้น ส่วนของสภาการประมงแห่งประเทศไทย จะทำหน้าที่เป็นสภาที่มีตัวแทนของผู้ประกอบกิจการด้านการประมงทุกภาคส่วนเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพื่อเสนอแนวทาง และสนับสนุนการดำเนินงานด้านนโยบายระหว่างภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับกิจการด้านการประมง ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการประมง” นายอลงกรณ์กล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการ ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการประมงแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสภาการประมงแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ได้ถูกยกร่างโดยคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติกองทุนประมง พ.ศ. .... ตามคำสั่งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงหรือดำเนินการทางกฎหมายด้านการประมง ที่ 1/2562 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2562
โดยมี นายอรรถพร พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานอนุกรรมการ รองอธิบดีกรมประมง เป็นรองประธานอนุกรรมการ และมีคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนจากสมาคม องค์กร และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นอนุกรรมการ และกรมประมงเป็นฝ่ายเลขานุการฯ
อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว จะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์ต่อภาคการประมงต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการจัดให้มรการกระบวนการรับฟังความคิดเห็นได้ในเร็วๆ นี้
ด้าน นางสาวชมัยพร ชูงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการประมง กรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกองทุนการประมงแห่งชาติ ที่จะจัดตั้งขึ้นนี้จะเป็นหน่วยงานของรัฐ และมีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ รายรับของกองทุนให้นำเข้าสมทบกองทุน โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยผู้มีสิทธิใช้เงินกองทุน ได้แก่ ผู้ประกอบกิจการด้านการประมงทุกประเภท ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา และสมาคม/องค์กรต่าง ๆ ทั้งนี้ กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนา ผู้ประกอบกิจการด้านการประมงให้มีศักยภาพในการทำการประมง รวมทั้ง ใช้ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ
“สภาการประมงแห่งประเทศไทย มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกผู้ประกอบกิจการด้านการประมง ในการเสนอความเห็น และสนับสนุนการดำเนินงานด้านนโยบายระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวกับกิจการด้านการประมง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสมและสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน และดำเนินกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อภาคการประมง ทั้งนี้ คณะกรรมการสภาการประมงแห่งประเทศไทย จะมาจากการเลือกตั้งจากผู้แทนสมาชิกสามัญโดยครอบคลุมการประกอบกิจการด้านการประมงทุกประเภท” ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการประมง กล่าว
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการประมงแห่งชาติ พ.ศ. ....










