thansettakij
thansettakij
ครม.ไฟเขียว3พันล้านสู้แล้ง  ‘บิ๊กตู่’บัญชาการ‘วอร์รูมน้ำ’

ครม.ไฟเขียว3พันล้านสู้แล้ง ‘บิ๊กตู่’บัญชาการ‘วอร์รูมน้ำ’

08 ม.ค. 63 | 10:28 น.

พล.อ.ประวิตร วงษ์-สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้(7 ม.ค. 63) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้เตรียมการรับมือภัยแล้ง ซึ่งที่ประชุม ครม.วันนี้อนุมัติให้ใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของปี 2562 ไปพลางก่อนกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มปฏิบัติการขุดเจาะนํ้าบาดาลกว่า 500 บ่อ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งจากทหารและกระทรวงมหาดไทย

 

 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า งบกลาง 3,079 ล้านบาท ที่ครม.อนุมัติเพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้ง มอบหมายให้ ทส.เจาะบ่อบาดาลขึ้นมาใช้ โดยจะเป็นในพื้นที่ของการประปา 1,100 ล้านบาท นอกพื้นที่การประปากว่า 1,900 ล้านบาท ซึ่งการเจาะบ่อบาดาลทั้งหมด 1,100 โครงการ​ โดยกรมทรัพยากรนํ้าบาดาลดูแล​อยู่ 704 โครงการ ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นกองทัพบก 209 โครงการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา 187 โครงการ ปริมาณงานทั้งหมดจะเป็นการเจาะใหม่และซ่อมแซมระบบประปา และหาแหล่งนํ้าจากผิวดิน

ปัจจุบันแหล่งนํ้าแหล่งเดียวที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่คือน้ำใต้ดิน ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยอยู่เกือบ 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และยืนยันว่าปริมาณที่ขุดเจาะในปัจจุบันเป็นปริมาณที่ปลอดภัย สามารถนำขึ้นมาใช้ได้โดยไม่กระทบโครงสร้างพื้นดิน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตินํ้าตามที่สำนักงานทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (กนช.) เสนอ

“นายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้การแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นวาระแห่งชาติ โดยสถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้อยู่ในระดับ 2 และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ สทนช.จัดลำดับความพร้อมของโครงการต่างๆ เสนอมาให้อย่างเร่งด่วน” นางนฤมล กล่าว

นอกจากนี้ให้ สทนช.ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การดำเนินการสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถดำเนินการบรรลุตามวัตถุ ประสงค์และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวม และให้ สทนช.รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สำหรับโครงสร้างขององค์กรภายใต้ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและองค์ประกอบได้กำหนดตามระดับสาธารณภัยด้านนํ้าที่เกิดขึ้น 3 ระดับ คือ 1.ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ ดูแลปัญหาระดับ 1 ภาวะสถานการณ์มีแนวโน้มความรุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความรุนแรงในพื้นที่มากกว่า 10% ของระดับภาค

2.กองอำนวยการเฉพาะกิจฯ ดูแลปัญหาระดับ 2 ภาวะรุนแรง (หรือคาดว่าจะรุนแรง) และคาดว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยและมีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นในพื้นที่มากกว่า 30% ของระดับภาคและ/หรืออาจจะก่อให้เกิดผลกระทบ/ความเสียหายในบริเวณกว้าง ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

และ 3.ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจฯ ดูแลปัญหาระดับ 3 ภาวะวิกฤติ (หรือคาดว่าจะเกิดวิกฤติ) และคาดว่าจะมีผลกระทบกับประเทศไทยและมีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นในพื้นที่มากกว่า 60% ของระดับภาค และ/หรืออาจจะก่อให้เกิดผลกระทบ/ความเสียหายในบริเวณกว้าง ซึ่งมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

หน้า 15 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3538 วันที่ 9-11 มกราคม 2563

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • economy