thansettakij
thansettakij
“ทักษิณ”เดินเกมนิรโทษกรรมล้างมลทิน เดิมพันอนาคตเพื่อไทย

“ทักษิณ”เดินเกมนิรโทษกรรมล้างมลทิน เดิมพันอนาคตเพื่อไทย

“ทักษิณ”เดินเกม นิรโทษกรรมล้างมลทิน เดิมพันอนาคตเพื่อไทย : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4245

KEY

POINTS

  • นายทักษิณ ชินวัตร ยื่นคำร้องผ่านทนายความเพื่อขอรับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อล้างมลทินในคดีต่างๆ ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
  • ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่า คดีความทั้งหมดมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และเป็นผลสืบเนื่องมาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 โดยยืนยันว่า นายทักษิณ ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก
  • คำร้องดังกล่าวเผชิญความท้าทายสำคัญจากมาตรา 3 ของกฎหมาย ซึ่งยกเว้นความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบออกจากการนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะกรรมการต้องตีความและวินิจฉัย
  • ผลการพิจารณาครั้งนี้ ถือเป็นการเดิมพันอนาคตทางการเมืองของ นายทักษิณ และ พรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจส่งผลให้เขาสามารถกลับมามีบทบาททางการเมืองได้อย่างเต็มที่หากได้รับการนิรโทษกรรม

การขยับตัวของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ด้วยการมอบอำนาจให้ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความส่วนตัว ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิในการได้รับ “นิรโทษกรรม” และ พ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่คอการเมืองกำลังให้ความสนใจ 

หัวใจของคำร้องอยู่ที่การพยายามเชื่อมโยงคดี ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เข้ากับความขัดแย้งทางการเมือง ในช่วงปี 2548-2559 โดยเฉพาะผลสืบเนื่องจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งฝ่ายผู้ร้องมองว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง เป็นองค์ประกอบสำคัญ

ล้างมลทินคดี-ไม่ยุ่งการเมืองอีก 

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี เปิดเผยว่า “การยื่นของ นายทักษิณ ต้องการล้างมลทิน ท่านต้องการทำให้เห็นว่า สิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น  

เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ท่านต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาท่าน และท่านได้รับโทษ ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข ท่านอายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร”

ต่อมา วันที่ 14 ตุลาคม นายวิญญัติ ได้ขยายความถึงเจตนารมณ์ของคำร้อง โดยระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมาเป็นเวลานาน และมองว่า นายทักษิณ เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว

“เหมือนทฤษฎีที่ นายทักษิณ เคยกล่าวเสมอว่า ผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้พิษ   ซึ่งท่านเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ถ้าไม่ใช่เรื่องการเมืองไม่มีเหตุจูงใจทางการเมืองมันจะมองเป็นอื่นได้อย่างไร” 

4 คดีเดิมพันนิรโทษกรรม

ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวกับคำร้องระบุว่า นายทักษิณ นำคดีที่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาใช้ประกอบการพิจารณา รวมถึงคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการริบทรัพย์สินประมาณ 46,373 ล้านบาท ตลอดจนคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551 อม.5/2551 และ อม.10/2552

ในมุมของฝ่ายผู้ร้อง มีการอ้างถึงประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ 30 ซึ่งถูกระบุไว้ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เพื่อสนับสนุนข้อเสนอว่า คดีที่นำมายื่นมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบที่เกิดขึ้นภายหลังรัฐประหาร

และเมื่อพิจารณาจากคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด ไม่ปรากฏข้อวินิจฉัยใดที่ระบุชัดเจนว่า ผู้ร้องกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ อีกทั้งยังได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยลดโทษ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ซึ่งเหลือโทษจำคุก 1 ปี และได้พ้นโทษครบถ้วนแล้ว 

ในพระบรมราชโองการระบุถึงการทำคุณประโยชน์และความสำนึกในความผิด ซึ่งควรนำมาประกอบการพิจารณาคืนสิทธิอย่างเสมอภาค เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายในการสร้างเสริมสังคมสันติสุข และยุติความขัดแย้งทางการเมืองอย่างยั่งยืน

                            “ทักษิณ”เดินเกมนิรโทษกรรมล้างมลทิน เดิมพันอนาคตเพื่อไทย

มาตรา 3 โจทย์ใหญ่นิรโทษกรรม

กระนั้นก็ตาม ประเด็นที่ทำให้คำร้องของ นายทักษิณ ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ ข้อยกเว้นตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

2.ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัส

3.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 

4.ความผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบต่อ

บุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม นายวิญญัติ ยืนยันว่า คณะกรรมการควรพิจารณาข้อเท็จจริงและเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างรอบด้าน ไม่ควรใช้เพียงชื่อฐานความผิดหรือคำอธิบายอย่างย่อมาตัดสิทธิของผู้ร้อง 

“ผมขอให้ใช้หัวใจที่เป็นธรรม ใช้ความเป็นมนุษย์ เพราะมองว่าการจะจำกัดสิทธิบางคน มันก็หวนกลับไปสู่การเเบ่งฝักเเบ่งฝ่าย ขัดแย้งกันต่อไป” นายวิญญัติ ระบุ

ขณะที่มีนักวิชาการและผู้แสดงความเห็นทางกฎหมายอีกด้านหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า คดีที่เข้าข่ายความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ อาจติดข้อยกเว้นตามมาตรา 3

อนุกลั่นกรองก่อนถึงบอร์ดใหญ่

ความคืบหน้าของกระบวนการ ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยว่า คำร้องของ นายทักษิณ เข้าสู่กระบวนการของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองแล้ว โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน

นายฉัตรชัย ระบุว่า การพิจารณาต้องดำเนินการตามขั้นตอน และต้องหารือรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ (มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน) พร้อมย้ำว่า การยื่นคำร้องไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นจะได้รับนิรโทษกรรมโดยอัตโนมัติ

ส่วนการที่ นายทักษิณ อ้างว่าต้องการล้างมลทินและต้องการให้ประเทศเกิดความสามัคคีปรองดอง สามารถใช้เป็นเหตุผลในการขอรับนิรโทษกรรมได้หรือไม่ นายฉัตรชัย ตอบว่า การพิจารณาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจำเป็นต้องตรวจสอบว่าคดีมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่

“หากเป็นคดีทั่วไปที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็อาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่บางกรณีอาจต้องมีการแสดงหลักฐาน หรือข้อมูลเพื่อสนับสนุนว่าคดีนั้นมีมูลเหตุหรือความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองอย่างไร”

สำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ กฎหมายกำหนดกรอบเวลาพิจารณาไว้ 180 วัน และสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

2 ฉากทัศน์ผลวินิจฉัย 

สำหรับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการชุดใหญ่ สามารถประเมินฉากทัศน์สำคัญได้ 2 แนวทาง คือ

ฉากทัศน์แรก ให้ “ทักษิณ” พ้นมลทินได้รับนิรโทษกรรม เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ขยับทางการเมืองได้มากขึ้นกว่าเดิม แม้ยังมีคดี มาตรา 112 รอชี้ขาดอยู่ก็ตาม

ฉากทัศน์ที่สอง ตีตกคำร้องขอ อ้างเหตุเป็นคดีเกี่ยวพันทุจริต อันจะส่งผลให้ “ทักษิณ” ยังติดล็อกไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองหน้าฉากได้เต็มที่

สำหรับ “ทักษิณ” นี่คือ การเดิมพันเพื่อให้ข้อเรียกร้องของตนได้รับการวินิจฉัยตามกฎหมาย ส่วนสำหรับ “พรรคเพื่อไทย” นี่คืออีกหนึ่งตัวแปรทางการเมือง ที่อาจส่งผลต่อยุทธศาสตร์ในระยะต่อไป 

จากนี้จึงต้องจับตาไทม์ไลน์ 180 วัน กับเผือกร้อน “นิรโทษกรรม” ในมือคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่า เมื่อปรากฏผลการพิจารณาออกมาแล้ว จะมีอานิสงส์ในทางบวกต่อ “ทักษิณ” อย่างไร หรือไม่

เพราะหาก “นายใหญ่เพื่อไทย” ได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ย่อมอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เปิดพื้นที่ให้สามารถขยับบทบาททางการเมืองหน้าม่านอย่างเต็มตัวอีกครั้ง...

รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4245