
ยาง-ไข่ไก่-สุกร-ข้าว-กุ้ง ราคาร่วงส่งท้ายปี
รัฐบาลเอาไม่อยู่ ราคายังทิ้งดิ่งต่อเนื่อง ยางช้ำหนัก “อุทัย” ชี้ยิ่งประกันรายได้ ยิ่งเอื้อพ่อค้ากดราคา “สุกร” ในประเทศอ่อนแรงบริโภคผวาโรค ความต้องการหด ร้องพาณิชย์ขอส่งออกด่วน ชาวนาโอดเตรียมจี้รัฐยกพลตบเท้าเดินถนนร้องมาตรการเดิมยุค คสช.ราคาข้าวยกทั้งแผง นายกโรงสีแนะทางออกระดมสมองแก้ปัญหากู้วิกฤติก่อนจะสายเกินไป
Iนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” หากรัฐบาลดำเนินนโยบายโครงการประกันรายได้ยางพารา ราคาไม่มีวันขึ้น เพราะรัฐบาลขดเชยให้ไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นราคา เกษตรกร ผู้ประกอบการก็ไม่เดือดร้อน เพราะเอาภาษีมาชดเชย
ด้านแหล่งข่าวจากกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ปัญหาราคาไข่ไก่มีแนวโน้มต่ำลงมา ไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม 2.40-2.50 บาทต่อฟอง ทางกรมปศุสัตว์กำลังเร่งรีบแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ขอความร่วมมือให้โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ต้องรีบเก็บไข่ส่งออกตามเป้าหมายให้ได้ ส่วนเกษตรกรก็ต้องดำเนินการปลดไก่เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีจากราคาไข่ไก่ตกต่ำแต่ราคาลูกไก่และไก่สาวยังแพงและขาดแคลน สวนทางกันอย่างแปลกประหลายไม่สอดคล้องกัน
ขณะที่นายชัยพร สีถัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยพรสหฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่ไข่ไก่ราคาตกต่ำเป็นเพราะมีบริษัทใหญ่มาขายดั๊มขายในราคาถูก ขณะที่เกษตรกรต้องซื้อลูกไก่ และไก่สาวแพงมาเลี้ยง แต่พอได้มาเป็นไข่ไก่แล้วกลับขายได้ราคาถูกยิ่งทำให้ขาดทุนอย่างหนัก ดังนั้นขอให้เปิดเสรีนำเข้าจริงๆ ไม่ใช่จำกัดแค่โควตา เพราะต่อไปเกษตรกรจะได้มีโอกาสนำเข้าเองโดยที่ไม่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างพึ่งรายใหญ่ ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่กำหนดโควตาการเลี้ยง ซึ่งทำให้เกษตรกรไม่มีโอกาสได้มีวันได้เติบโต
ด้านนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรื่อง ขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายการขนสุกรเพื่อส่งออก ตัวละ 500 บาท โดยมีเป้าหมายการส่งออกวันละ 2,500-3,000 ตัว รวมจำนวน 1 ล้านตัว เป็นงบประมาณที่สนับสนุน จำนวน 500 ล้านบาท อย่างไรก็ดีการผลักดันงบประมาณในครั้งนี้เพื่อพยุงราคาสุกรขุนและลดภาระการขาดทุนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจากสภาวะการขาดทุน
นายสวน เจริญสุขรุ่งเรือง อุปนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยเขตภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนโครงการประกันรายได้ใหม่ ไม่ตอบโจทย์ อยากจะให้นำมาตรการเดิมในช่วงรัฐบาลคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) มาใช้ดีกว่า ราคาข้าวยกทั้งประเทศ ชาวนาพอใจโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวข้าว และปรับปรุงคุณภาพข้าวควบคู่กับมาตรการโครงการสินเชื่อชะลอข้าวเปลือกหรือจำนำยุ้งฉาง คาดว่าในเร็วๆ นี้จะพาชาวนาเดินด้วยเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือเพื่อให้ทันในฤดูกาลใหม่ในปีหน้า
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์กล่าวว่า จากผลกระทบภาวะแล้งส่งผลทำให้ข้าวหอมมะลิปีการผลิต 62/63 นี้ มีความหอมมากกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากปัจจัยด้านสภาวะภูมิอากาศที่แล้งและเย็นในช่วงที่ข้าวกำลังออก ซึ่งตรงกับความต้องการของสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิไทยนี้อย่างพอดี จึงส่งให้ฤดูผลิตปีนี้มีลักษณะเด่นด้านความหอมเป็นพิเศษ แต่ต้องยอมว่า วันนี้มีคู่แข่งที่ผลิตสินค้าข้าวมาได้ใกล้เคียงกับเรามากทั้งคุณลักษณะความนุ่มและหอม ถึงแม้จะยังไม่เทียบเท่า100%
แต่ราคาน่าดึงดูดคือมีราคาต่ำกว่ามากพอสมควรจนผู้บริโภคเปลี่ยนใจไปบริโภคสินค้าคู่แข่งเรามากขึ้นจนเราเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างมีนัยยะ ถึงเวลาต้องพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง เพราะปริมาณและมูลค่าการส่งออกของไทยลดลงทั้งที่ปริมาณการบริโภคข้าวในตลาดโลกนั้นไม่ได้ลดลง ซึ่งแปลว่าเรากำลังเสียส่วนแบ่งตลาดก้อนโตให้กับคู่แข่งที่น่ากลัว
ยกตัวอย่างเช่นการชดเชยรายได้ หากรัฐวางแผนที่จะเน้นการผลิตข้าวนุ่มแต่หากการชดเชยในส่วนของข้าวพื้นแข็งเช่นข้าวขาวเป็นที่ดึงดูดใจชาวนา ก็อาจจะยิ่งผลักดันให้ชาวนาปลูกข้าวพื้นแข็ง (ซึ่งไม่ตรงกับแผนที่ภาครัฐวางไว้) เนื่องจากปลูกง่ายและได้ค่าชดเชยสูงกว่า ขอเสนอทางออกให้มีการประชุมแบบไม่เป็นทางการ ใช้วิธีการหารือ“ล้อมวง สุมหัวคุยกัน “เพื่อวางแผนระหว่างเกษตรกร โรงสี และผู้ส่งออก ร่วมกับภาครัฐผู้กำหนดนโยบายต่างๆตามความเหมาะสมสมในแต่ละสถานการณ์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากอาจรวมกลุ่มนักวิจัยที่มีความสามารถมาร่วมหารือเสวนาร่วมกันจับประเด็นและออกแบบหาวิธีแก้ไขร่วมกันอย่างจริงจังอย่างเป็นระยะและต่อเนื่อง โดยปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆก็น่าจะเป็นการดี










