thansettakij
thansettakij
ลุ้นถกมะกันคืนสิทธิ GSP

ลุ้นถกมะกันคืนสิทธิ GSP

28 พ.ย. 62 | 09:44 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ย. 62 | 11:49 น.

ไทยเตรียมเจรจาสหรัฐฯ คืนสิทธิ GSP 6 ธ.ค.นี้ หลังหารือร่วมยูเอสทีอาร์เพื่อเตรียมการแล้ว ด้านเอกชนลุ้นทิศทางเจรจาน่าเป็นบวกกับไทย หลังเลิกแบนไกลโฟเซต 

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ  เปิดเผยถึงคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐฯ กรณีที่ประกาศระงับสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP สำหรับสินค้านำเข้าจากไทย จำนวนกว่า 500 รายการ ก่อนจะมีผลบังคับภายใน 6 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 นั้น หลังจากทูตพาณิชย์ ทูตแรงงาน รวมไปถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐฯ ได้หารือร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐ(USTR) ในเรื่องของรายละเอียดในเบื้องต้นไปแล้วนั้น ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยทั้งหมด เตรียมเปิดการเจรจาอีกครั้งในวันที่ 6 ธันวาคมนี้

ลุ้นถกมะกันคืนสิทธิ GSP

สำหรับการประชุมผ่านระบบ Video Conference ระหว่างไทย กับ USTR ฝ่ายไทยมีหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน เพื่อที่จะรับทราบความต้องการของทางสหรัฐฯ และเตรียมความพร้อมเรื่องของข้อมูลเอกสาร รองรับการชี้แจงในการประชุมใหญ่ระหว่าง 2 ฝ่าย ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง น่าจะหลังช่วงปีใหม่ไปแล้ว  ทั้งนี้การประชุม Video Conference ในครั้งนี้  แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องชี้แจงในแต่ละประเด็น ซึ่งแม้จะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่น่าจะเห็นแนวทางการเจรจาที่ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

สำหรับการประกาศตัดสิทธิGSPของไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26ตุลาคม ที่ผ่านมา นายโดนัลล์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ลงนามในประกาศ ทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP โดยให้ระงับสิทธิในสินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย โดยให้เหตุผลว่าไทย ยังไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยให้มีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน ซึ่งจะครอบคลุมสินค้าของไทยที่ได้รับสิทธิพิเศษประมาณ 1 ใน 3 แต่ในส่วนของสินค้าอาหารทะเลทุกประเภทจะถูกระงับสิทธิ 

ภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปของไทย ครึ่งปีแรก ปี 2562 มูลค่า 2,151 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ 1.38% แต่หากแยกเฉพาะการส่งออกทูน่ากระป๋องของไทยจะพบว่ามียอดส่งออกถึง 1,073 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 0.73% โดยเฉพาะการส่งออกทูน่ากระป๋องและซาร์ดีนกระป๋องช่วงครึ่งปีแรก รวม 1,144.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.58% ตลาดส่งออกหลัก 5 อันดับแรก คือ สหรัฐฯ ตลาดอันดับ 1 สัดส่วน 20.66% มีมูลค่า 236.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6.43% รองลงมา คือ ญี่ปุ่น สัดส่วน 9.23% มูลค่า 105.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 6.07% ออสเตรเลีย สัดส่วน 7.99 % มูลค่า 91.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 12.11% ลิเบีย สัดส่วน 7.74% มูลค่า 88.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 201.46% และซาอุดีอาระเบีย สัดส่วน 6.65% มูลค่า 76.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24.45%

 

 

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การที่ไทยและสหรัฐฯจะมีการหารือกันในวันที่ 6 ธันวาคมนี้น่าจะมีโอกาสทิศทางที่ดีขึ้นสำหรับไทย ที่สหรัฐฯอาจจะยกเลิกการตัดสิทธิ GSPของไทย ประกอบกับเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการวัตถุอันตรายของไทยได้ประกาศเลื่อนการแบน 2 สาร คือ พาราควอต และคลอร์ไพรีฟอส และยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซตซึ่งหมายความว่า ยังทำให้ไทยยังคงสามารถนำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีสารตกค้างจากสหรัฐฯได้ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สหรัฐฯ จะใช้ในการพิจารณาทบทวนเรื่องการตัดจีเอสพีไทยก็เป็นไปได้  แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลไทยเองได้มีการชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐฯถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแรงงาน ซึ่งไทยอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเอเชียที่มีการแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างจริงจัง ดังนั้นน่าจะมีทิศทางในการเจรจาที่ดี