
“ธรรมนัส”สั่งลุยพะเยาโมเดล ซื้อหอมมะลิตันละ1.8หมื่น
“ธรรมนัส” ยันกำลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน“พะเยาโมเดล”ให้เป็นผลสำเร็จ เตรียมจัดงานใหญ่วันข้าวหอมมะลิโลก 15 พ.ย. สั่ง อ.ต.กเปิดจุดรับซื้อข้าวหอมมะลิตันละ 1.8 หมื่นบาท ยาง 65 บาทต่อกก.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ตุลาคม 2562 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานพิธีบวงสรวงพ่อขุนงำเมือง ณ อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง บริเวณริมกว๊านพะเยา โดยมีนายกมล เชียงวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พลตำรวจตรี ธรรมทมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา นายอัครา นายอัครา พรหมเผ่า ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และตัวแทนภาครัฐเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมในพิธีจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อสักการะดวงวิญญาณของพ่อขุนงำเมือง ที่สถิตคู่เมืองพะเยา ขอให้ปักรักษา คุ้มครอง ให้ชาวจังหวัดพะเยาอยู่ดีมีสุข ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา จนถึงปัจจุบัน
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า การทำงานในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ทางสื่อมวลชนจะเห็นว่าตนทำงานไม่มีวันหยุด เพื่อขับเคลื่อนให้ประชาชนฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในฐานะที่เป็นส.ส.พะเยา จึงต้องการเอาจังหวัดพะเยาเป็นโมเดล หรือตัวอย่างแก่จังหวัดอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุก ๆ ด้านพัฒนา ดังนั้นเมื่อมีผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาคนใหม่ ก็มุ่งหวังว่านำนโยบายของรัฐบาลไปขับเคลื่อน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่ให้จังหวัดพะเยา เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป โดยจะพัฒนาพื้นที่โดยรอบกว๊านพะเยาให้เป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวติดอันดับ พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวไปเที่ยวงานเทศกาลลอยกระทงกว๊านพะเยาปีนี้ ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของเมืองงพะเยา
ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวกับประชาชนในพื้นที่ว่า ตนมีกำลังใจดี พี่น้องชาวพะเยาไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องทางการเมือง อย่าไปถือสาคนที่พูดจากล่าวหาตนในเรื่องต่างๆ ตนสนใจทำงานเพื่อชาวบ้านฐานรากมากกว่า ล่าสุดได้เตรียมจัดงานวันข้าวหอมมะลิโลกขึ้น ที่จังหวัดพะเยาในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงเกษตรฯ,จังหวัดพะเยาและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร โดยเน้นเกษตรอินทรีย์ให้สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน ตามแนวคิด พะเยาโมเดล โดยจะมีองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)เปิดจุดรับซื้อข้าวหอมมะลิ ราคาไม่ต่ำกว่า 18,000 บาท เพราะข้าวหอมมะลิของจังหวัดมีชื่อเสียงมาก และคุณภาพดี นอกจากนี้ยังจะรับซื้อยางพารากิโลกรัมละ 65 บาท
ส่วนโอกาสต่อไปจะจัดให้มีการจัดตั้งบริษัทจำกัด ขึ้นทุกตำบล ในรูปสหกรณ์จำกัด เพื่อนำอาชีพมาแนะให้ เกษตรที่แตกต่างกันไป โดยมีอ.ต.ก.และมีบริษัทเอกชนรับซื้อ ซึ่งโครงการนี้จะทำให้สำเร็จในจังหวัดพะเยาก่อน จากนั้นจะกระจายสู่จังหวัดล้านนาให้มีความเจริญ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นเป็นตัวอย่างของจังหวัดอื่นต่อไป
ด้านนายกมล เชียงวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาคนใหม่ กล่าวว่า ในการพัฒนาจังหวัดพะเยา ตนมีหลักคิดหลายเรื่อง ทั้งการบริการจัดการน้ำ เพราะมีน้ำก็มีอาชีพ ที่สำคัญคือพะเยา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแต่กลายเป็นเมืองผ่าน จึงจะต้องทำอย่างไรให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต้องแวะท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังมีด่านชายแดนที่ต้องทำให้มีการขนส่งและค้าชายแดนสะดวกมากขึ้น รวมถึงต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและทุกภาคส่วนที่จะต้องขับเคลื่อนให้เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม










