thansettakij
thansettakij
หอฯจี้สร้างมนุษย์ทองคำรับ 4.0

หอฯจี้สร้างมนุษย์ทองคำรับ 4.0

03 ต.ค. 62 | 08:44 น.

หอการค้าไทย บุกพบ รมว.อุดมศึกษาฯ ยื่น 3 เรื่อง ดันเศรษฐกิจ-ลดเหลื่อมล้ำ  จี้พัฒนาบุคลากรรองรับไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มทักษะ Upskill-Reskill “สุวิทย์”รับลูก ดันใช้ลดหย่อนภาษีได้ 2.5 เท่า

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย หลังนำคณะกรรมการหารือร่วมกับดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. (3 ต.ค.2562)  เพื่อนำเสนอประเด็นต่างๆ ของภาคเอกชนต่อการผลักดันเศรษฐกิจ โดยมีประเด็นการหารือ ประกอบด้วย

หอฯจี้สร้างมนุษย์ทองคำรับ 4.0 หอฯจี้สร้างมนุษย์ทองคำรับ 4.0

1.การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับนโยบาย Thailand 4.0  เสนอให้มีการจัดทำระบบศูนย์กลางประสานความร่วมมือ (Clearing House) เพื่อนำข้อมูลด้านความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า ภาคบริการ และข้อมูลด้านหลักสูตรของสถาบันการศึกษาต่างๆ มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับตามความต้องการที่แท้จริง รวมทั้งเสนอการจัดทำหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุแบบเชิงลึกและหลักสูตรบริหารจัดการสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ สำหรับการยกระดับทักษะและความรู้ (Upskill Reskill)  ขอให้หน่วยงานภายใต้ อว. เป็นกลไกพัฒนาทักษะเรียนรู้แก่ผู้ที่ทำงานแล้ว เพื่อรองรับลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลงโดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการพัฒนาทักษะตนเองมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 2 เท่า

กระทรวงฯ เห็นด้วยกับข้อเสนอของหอการค้าและมีความเห็นว่าในด้านหลักสูตรจะให้ความสำคัญทั้งหลักสูตรสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงวัย ส่วนในด้านการพัฒนาทักษะ Upskill Reskill นั้นควรดูแลทั้งกลุ่มคน
ที่อยู่ในระบบและกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนลักษณะอาชีพ (Career Migration) โดยจัดแบ่งเป็นประเภท Degree และ Non Degree และให้ความสำคัญกับความรู้พื้นฐานของการบริหารจัดการและการสร้างผู้นำชุมชน สำหรับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทักษะนั้นจะได้รับการลดหย่อนภาษี 2.5 เท่า และกำลังพิจารณาการ ออก education coupon เพิ่มอีกทางหนึ่ง

หอฯจี้สร้างมนุษย์ทองคำรับ 4.0

 

2.การส่งเสริมผู้ประกอบการ SME  ขอให้ปรับปรุงกฎระเบียบและการปฏิบัติตามเงื่อนไขของกองทุนด้านวิจัยและนวัตกรรม พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเข้าใจชัดเจนเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนการประกอบธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการจัดตั้งกองทุน Startup Fund ของกระทรวงฯ เป็นประโยชน์อย่างมาก ในส่วนการส่งเสริม Talent Mobility  ควรส่งเสริมให้อาจารย์และนักศึกษาได้มีโอกาสทำงานระหว่างเรียน เพื่อเรียนรู้และเพิ่มทักษะจากการปฏิบัติงานจริง รวมทั้ง สนับสนุนทุนให้แก่นักศึกษา และอาจารย์ในการทำ Startup IDE

ในด้านการส่งเสริม Local economy เสนอให้ส่งเสริมนักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือ YEC (Young Entrepreneur Chamber) รวมกลุ่มเป็นนวัตกรรมชุมชน และสนับสนุนการสร้างแพลตฟอร์มให้เกิดการแข่งขันนวัตกรรม รวมถึงสร้างช่องทางการเข้าถึงงานวิจัยและนวัตกรรม โดยขอให้ Regional Science Park ที่อยู่ในภูมิภาคทำงานเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ หอการค้าจังหวัด และ YEC เพื่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการ โดยใช้งานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดรับกับความต้องการของตลาดผู้บริโภค

ในด้านปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนั้น กระทรวงฯทราบปัญหาและอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับกลุ่มจังหวัดให้น้อยลงเพื่อให้รับเงินกองทุนได้ง่ายขึ้น และได้มีการจัดตั้งกองทุน Young Startup Fundรองรับการพัฒนา Startup IDE ไว้แล้ว พร้อมทั้งได้วางแนวทางการพัฒนา IDE (Innovation Driven Enterprise)  เป็น 3 กลุ่มคือ 1. Startup IDE  2. กลุ่ม SME ที่จะพัฒนาเป็น IDE  และ 3. กลุ่มชุมชนนวัตกรรมซึ่งจะมีนักศึกษาและอาจารย์ร่วมด้วย โดยทั้ง 3 กลุ่มจะขอให้กลุ่ม YEC ของหอการค้าซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศร่วมเป็นผู้สนับสนุน  ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของหอการค้า โดยจะจัดการประชุมกับกลุ่ม YEC ของหอการค้าเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันในเดือนตุลาคมนี้

3. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยกลไก หอการค้าไทยสนับสนุนการสร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำเพื่อยกระดับศักยภาพและสร้างรายได้เกษตรกรให้สูงขึ้น โดยขอสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงฯ ในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าเกษตร โครงการ 1 ไร่ 1 ล้าน และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย พืชเป้าหมาย และระยะเวลาดำเนินการ

 

 

หอฯจี้สร้างมนุษย์ทองคำรับ 4.0

                           ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์

“กระทรวงฯ เห็นด้วยกับโครงการและต้องการส่งเสริมให้โครงการสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญ ว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร และกลุ่มใดบ้างที่จะเข้ามาช่วยเหลือ และให้เสนอว่าจะมีการดำเนินโครงการอย่างไร ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนเนื่องจากกระทรวงมีเทคโนโลยีและเครื่องมือให้ใช้อย่างเพียงพอ”

นอกจากนี้ หอการค้าไทย ขอให้กระทรวงฯ ขยายระยะเวลาในการสนับสนุนงบประมาณโครงการ ITAP (โครางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม)ให้กับหอการค้าไทยผ่านสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) เพื่อทำโครงการยกระดับสินค้าเกษตรโดยจัดทำมาตรฐาน ThaiGAPที่จะสิ้นสุดในปีงบประมาณ 2563 ต่อไปอีก 3 ปี (ปี 2564-2566) ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาระบบ Application ระยะที่ 2 ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และพัฒนาร่วมกับ  Application อื่นๆ ที่เป็นมาตรฐานระดับสากล

ด้านกลไกการบริหารเพื่อขับเคลื่อน BCG นั้น  หอการค้าไทยเห็นด้วยที่รัฐบาลนำแนวคิด BCG มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน
ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยขอเสนอให้มี “เจ้าภาพหลักดำเนินการ” และบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน
อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากจะต้องทำงานร่วมกันหลายกระทรวง พร้อมทั้งขอให้ประชาสัมพันธ์ สื่อสารแก่ชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้เกิดกลไกการประสานความร่วมมืออย่างจริงจัง
โดยมีความเห็นเดียวกับกระทรวงฯที่จะเน้นด้าน Circular Economy เช่นการแยกขยะ การจัดการ Food waste และ Food surplus โดยให้ลงไปถึงระดับตำบลและอำเภอ