
กังขา! ข้าวนอกบัญชีโผล่ 8.3 หมื่นตัน จี้’จุรินทร์’ สอบ
“หมอวรงค์” งง ข้าวนอกบัญชีโผล่ 8.3 หมื่นตัน อ้างข้าวล้ม ยันมีจริง แต่ไม่แน่ใจข้าวชนิดนี้โดนจัดเกรดประเมินเป็นข้าวเกรดซีหรือไม่ ชี้ข้อควรระวังขั้นตอนนี้มีสอดไส้ทุจริตเพียบ เร่ง “จุรินทร์” รีบปิดคดีให้จบเร็วที่สุด ชี้ยิ่งปล่อยนายวันหลักฐานยิ่งอ่อน เพราะมีผลโยชน์ร่วม อดีต รมช.พาณิชย์เปิดหน้าแถลงข่าวแจงก่อนหน้านี้ข้าวคลังพัง-กองล้มโดนจัดเกรดข้าวอุตสาหกรรม
“ฐานเศรษฐกิจ” ยังเกาะติดข้าวนอกบัญชีโผล่มาได้อย่างไรกว่า 8.3 หมื่นตัน เกี่ยวข้องกับข้าวที่หายไปหรือไม่ ซึ่งมีความใกล้เคียงที่แจ้งไว้ในบัญชีรัฐบาล จำนวนข้าวทั้งหมด 18 ล้านตันข้าวสาร และข้าวสารหายไป 1 แสนตันนั้น ฝ่ายองค์การคลังสินค้า (อคส.) อ้างเป็นข้าวกองล้ม กองพักสมัยรับจำนำข้าว ที่ผู้ตรวจสอบเข้าไม่ถึง!
จากกรณีดังกล่าวนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ไม่แน่ใจว่าข้าวนี้โผล่มาจากไหน แต่ในช่วงที่ตรวจสอบหลักฐานข้อมูลต่างๆ นั้น มีข้าวกองล้มจริง แต่ไม่แน่ใจว่าข้าวดังกล่าวทางตรวจสอบสต๊อกข้าวรัฐทั่วประเทศ ของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 100 ทีมลงไปทำงานแล้ว ข้าวชุดนี้ไม่แน่ใจว่าทางคณะประเมินเป็นข้าวเกรดซี หรือข้าวอุตสาหกรรมหรือไม่ แล้วการขายแยกขายสภาพข้าวตามกอง หรือเหมายกคลัง ตรงนี้ไม่แน่ใจ
“จำได้ข้าวมีปริมาณมาก รายละเอียดต่างๆหรือข้อมูลเข้าถึงยาก แต่มองว่าขั้นตอนดังกล่าวเรื่องการประเมินสภาพข้าวแต่ละกองมีเรื่องทุจริตกันมาก มีคนได้ประโยชน์กันทุกฝ่ายจะได้มากหรือน้อย ดังนั้นขอให้ระมัดระวังจะมีสอดใส้ทุจริต ดังนั้นควรจะรีบสะสางคดีให้จบเร็วที่สุด เพราะยิ่งปล่อยนานวันหลักฐานจะยิ่งอ่อน ท้ายสุดรัฐก็จะเสียผลประโยชน์ และจับมือใครไม่ได้เลย ดังนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งปิดคดีให้เร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในขณะนั้นได้ชี้แจง เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2562 ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลนี้ระบายข้าวในสต๊อกด้วยความโปร่งใส ซึ่งในช่วงแรกที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ พบว่า มีข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่ผ่านมาจำนวนมากถูกเก็บไว้ในสต๊อกของรัฐเป็นเวลานาน จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพ ปริมาณ ชนิด และคุณภาพ ก่อนดำเนินการระบาย เพื่อลดภาระและรักษาประโยชน์ของรัฐ ซึ่งคสช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบความมีอยู่จริงของข้าวทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยการตรวจนับปริมาณสต๊อกข้าวและสุ่มเก็บตัวอย่างข้าวเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพปฏิบัติตามหลักสากล มีคู่มือแนวทางปฏิบัติงานชัดเจน
ทั้งนี้ นบข. มีมติให้นำข้าวที่ผ่านการตรวจสอบและจัดระดับชั้นคุณภาพแล้วมาระบายตามแผนยุทธศาสตร์การระบายข้าวในสต๊อกของรัฐในช่วงแรกของการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐภาครัฐได้เริ่มระบายข้าวคุณภาพดีที่คนบริโภคได้ก่อนเพื่อให้ได้ราคาประมูลที่ดีที่สุดและไม่ให้มูลค่าข้าวดีลดลงจากสภาพข้าวที่เสื่อมลงไปตามระยะเวลาการเก็บรักษาข้าว
“การระบายข้าวกว่า 18 ล้านตันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กระทรวงก็ทำสำเร็จและไม่กระทบต่อตลาดข้าวในประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จของรัฐบาลนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาประโยชน์ให้ใครเพราะมีกฎกติกาชัดเจนในการประมูล โดยเมื่อได้คัดข้าวที่คนบริโภคได้ออกมาประมูลขายจนหมดแล้ว ข้าวที่เหลือเป็นข้าวที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานมาก เสื่อมสภาพ เก็บมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ผ่านการรมยาทุก 60 วัน ได้รับความเสียหาย จากภัยธรรมชาติ เช่น พายุฝน น้ำท่วม และไฟไหม้”
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ข้าวที่อยู่ในคลังที่มีสภาพไม่ได้มาตรฐานไม่ปลอดภัย(คลังพัง กองล้ม) คุณภาพข้าวไม่เหมาะสมต่อการบริโภคของคนและ/หรือสัตว์ รวมทั้งเป็นอุปทานส่วนเกินที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาตลาดและราคาข้าว โดยมีทั้งคลังที่เป็นข้าวเสียยกคลัง และคลังที่มีข้าวเสียปะปนอยู่กับข้าวดีแต่ไม่สามารถคัดแยกได้ เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่ายนับพันล้านบาทที่จะต้องสูญเสียไปหากจะคัดแยกออกมา”
ขณะที่แหล่งข่าววงการค้าข้าว ให้ข้อสังเกตว่า ข้าวชุดนี้อาจจะเป็นข้าวซุกซ่อนไว้ เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งชุดท่านปนัดดา ไม่ให้เอาข้าวเข้าคลัง แต่โรงสีส่งข้าวมาแล้ว เลยมั่วไปว่าส่งมาถึงคลังแล้ว แต่รับมอบไปแล้ว แต่เอาเข้าคลังไม่ได้เลยเป็นคลังผี อีกด้านหนึ่ง หาก อคส.แจ้งว่าเป็นข้าวกองล้มก็ต้องมีบันทึกแผนผังกอง แล้วที่สำคัญจะต้องมีหลักฐานทางบัญชี แม้ว่าจะนับไม่ได้ จะต้องแจ้ง เช่นเดียวกับข้าวหายทำไมบอกได้
อนึ่ง อคส. มีการเสนอแนวทางการระบายข้าวในและนอกคลังสินค้ากลางที่ไม่มีผลการวิเคราะห์คุณภาพต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 4/2562 (ลับ) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 จำนวน 18 จังหวัดใน 29 คลัง ปริมาณ 8.3 หมื่นตัน เป็นคลังสินค้าที่มีการเก็บรักษาข้าวสารเกิน 5 ปีขึ้นไป ยกเว้น คลังสินค้า หจก.กิจเจริญทรัพย์ ลพบุรี หลัง 1/1 และคลังสินค้า บจก.ลพบุรีสตาร์ช หลัง 2 ซึ่งเก็บรักษาข้าวสารตามโครงการนาปี 2555/56 และโครงการนาปรัง ปี 2555 ตามลำดับ เป็นข้าวคลังกลางที่ไม่มีผลตรวจคุณภาพข้าว ทาง อคส.จะตั้งคณะกรรมการจัดเกรดคุณภาพข้าวสารในสต๊อกและนอกคลังกลางที่ไม่มีผลตรวจคุณภาพ เมื่อจัดเกรดคุณภาพข้าวแล้วจะเร่งระบายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.thansettakij.com/content/406665
ข้าวผีโผล่ 8.3 หมื่นตัน อคส.แจงจากกองล้ม-เร่งจัดเกรดก่อนระบาย











