thansettakij
thansettakij
ชง‘จุรินทร์’แก้ส่งออกทรุด  เข็นเป้าโต 3% สู้ศึกบาทแข็ง

ชง‘จุรินทร์’แก้ส่งออกทรุด เข็นเป้าโต 3% สู้ศึกบาทแข็ง

15 ก.ค. 62 | 04:59 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ค. 62 | 04:04 น.

 

“บุณยฤทธิ์” สั่ง 58 ทูตพาณิชย์ทั่วโลก แปลงร่างเป็นเซลส์แมนช่วยผู้ส่งออกเจาะตลาดเชิงลึกรายประเทศสู้ศึกบาทแข็ง-เทรดวอร์ยื้อ เล็ง 3 ตลาด “จีน-แอฟริกา-ตะวันออกกลาง” ที่ยังมีโอกาสช่วยเพิ่มยอด เตรียมรายงานสถานการณ์การค้าให้รัฐมนตรีพาณิชย์คนใหม่รับทราบ ช่วยดันเป้า 3% ถึงฝั่ง

วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับลดเป้าหมายมูลค่าการส่งออกของประเทศลงจากขยายตัวที่ 8% เหลือ 3% หลังสถานการณ์ส่งออกของไทยยังติดลบต่อเนื่อง ปัจจัยหลักจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจและการค้าโลกหดตัว ล่าสุดหลายสถาบันได้ออกมาปรับลดคาดการณ์ส่งออกไทยลงอีก ส่วนใหญ่ระบุโตได้ 0% ถึงติดลบ 1% จากปัจจัยลบซํ้าเติมคือเงินบาทที่แข็งค่ามากสุดในรอบ 6 ปี กระทบความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง         

 

ชง‘จุรินทร์’แก้ส่งออกทรุด  เข็นเป้าโต 3% สู้ศึกบาทแข็ง


นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพราะเริ่มมีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ทางกระทรวงได้ใช้มาตรการเสริมเข้าไปช่วย เช่น ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ 58 สำนักงานทั่วโลกไปเจาะลึกตลาดที่ยังมีโอกาส โดยให้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและดูว่าสินค้าอะไรเหมาะกับผู้บริโภคในแต่ละตลาดอย่างไร และให้ไปหาลูกค้าใหม่ๆ ให้ทำงานเหมือนเป็นเซลส์แมนที่ต้องหิ้วกระเป๋าออกไปนำเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้า และนำมาแมตชิ่งกับผู้ส่งออกไทย เพื่อเพิ่มช่องทางโอกาสส่งออกให้มากขึ้น

“จะรายงานสรุปสถาน การณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าให้คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีพาณิชย์คนใหม่รับทราบหลังเข้ารับตำแหน่ง รวมถึงรอฟังนโยบายของรัฐมนตรีใหม่ด้วยว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ทั้งการส่งออก สินค้าเกษตร การเจรจาการค้า เอฟทีเอต่างๆ รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นต้น”

แหล่งข่าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า ในเดือนที่เหลือของปีนี้กรมจะเน้นเจาะตลาดส่งออกไปยังตลาดรองในตลาดหลักที่ยังเข้าไม่ถึง เช่น ตลาดจีน ได้ให้ทูตพาณิชย์ลงพื้นที่สำรวจเป็นรายมณฑล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ มณฑลที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง หรือมณฑลภาคตะวันออก เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เจ้อเจียง เจียงซู มณฑลเมืองรองที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง เช่น เหอ เป่ย เหลียวหนิง จี๋หลิน เฮยหลงเจียง อันฮุย เหอหนาน และมณฑลที่มีการเชื่อมโยงด้านยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ เช่น กวางซี กุ้ยโจว เสฉวน ฉงชิ่ง ส่านซี กานซู ยูนนาน ฮ่องกง และมาเก๊าโดยสินค้าเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร ผลไม้ เครื่องปรุงรส ขนมขบเคี้ยว ข้าว เป็นต้น  

 

ชง‘จุรินทร์’แก้ส่งออกทรุด  เข็นเป้าโต 3% สู้ศึกบาทแข็ง      

 

นอกจากนี้ตลาดแอฟริกา(53 ประเทศ) และตลาดตะวันออกกลาง (15 ประเทศ) เป็นอีก 2 ตลาดที่กระทรวงให้ความสนใจ เพราะยังมีช่องทางโอกาสสำหรับผู้ส่งออกของไทยอีกมาก โดยตลาดตะวันออกจะมุ่งขยายตลาดไปตลาดรองที่มีศักยภาพ เช่น โอมาน บาห์เรน อิรัก เยเมน ไซปรัส เลบานอน ผ่านกิจกรรมร่วมงานแสดงสินค้า เป็นต้น

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศ ไทย กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาส่งออก เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีผลต่อความสามารถในการแข่งขันมาก รวมถึงให้ไปดูว่ามีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกบ้างและให้รีบแก้ไขเช่นการค้าชายแดนที่ด่านแม่สอด จ.ตากมีปัญหารถติดยาวถึง 4 กิโลเมตรทั้งที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาเสร็จไปปีกว่าแล้วแต่ติดปัญหาการประสานงานที่ด่านทำให้การค้ายังไม่สะดวก การผลักดันให้เงินบาทเป็นเงินสกุลหลักในการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัมพูชา ลาวเวียดนามเป็นต้น

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,488 วันที่ 18-20 กรกฎาคม 2562

ชง‘จุรินทร์’แก้ส่งออกทรุด  เข็นเป้าโต 3% สู้ศึกบาทแข็ง