thansettakij
thansettakij
เตือนไทยรับมือ  เทรดวอร์‘รบต่อ’  หลัง‘ทรัมป์’ชนะเลือกตั้ง

เตือนไทยรับมือ เทรดวอร์‘รบต่อ’ หลัง‘ทรัมป์’ชนะเลือกตั้ง

08 ก.ค. 62 | 04:30 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 62 | 11:39 น.

สัมภาษณ์

โลกเฮรับข่าวดี หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้หารือกันนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่ม G 20 ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562 โดยตกลงระงับสงครามการค้า “ชั่วคราว” เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้เริ่มรื้อฟื้นการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาทางการค้ากันอีกครั้ง หลังการเจรจาครั้งล่าสุดถึงทางตัน ทรัมป์สั่งกดปุ่มขึ้นภาษีสินค้าจีนจาก 10% เป็น 25% คิดเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 จีนตอบโต้ขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯในอัตราเดียวกัน มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562

 

ศก.โลกเสี่ยงเหมือนเดิม

ต่อสงครามการค้าที่ยังไม่มีความแน่นอนนี้ ทิศทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น “บัณฑูร วงศ์สีลโชติ” รองประธานคณะกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้วิเคราะห์ผ่าน “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สิ่งที่จีนได้จากการระงับสงครามการค้าชั่วคราวในครั้งนี้คือ การที่สหรัฐฯ ยืดเวลาการขึ้นภาษีสินค้าจีนล็อตใหม่มูลค่า 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯออกไป และช่วยยื้อชีวิตให้หัวเว่ยได้ทำการค้ากับสหรัฐฯต่อไป

ส่วนที่สหรัฐฯได้คือ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งกลับมาเป็นผู้นำสหรัฐฯสมัยที่ 2 ในปีหน้า และส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาคึกคัก ชาวอเมริกันพอใจที่ทรัมป์ยังไม่ขึ้นภาษีสินค้าจีนล็อตใหม่ เพราะถ้าขึ้นจะกระทบกำลังซื้อที่ลดลง จากสินค้าจำเป็นหลายรายการที่อยู่ในโผการขึ้นภาษีจะมีราคาสูงขึ้น เช่นโทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอื่น ๆ

“แม้มีการระงับสงครามการค้าชั่วคราว แต่เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงเหมือนเดิมเพียงแต่ไม่แย่ลงไปกว่าก่อนการเจรจา ทรัมป์คงไม่ขึ้นภาษีสินค้าอีกกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนเลือกตั้ง คงปล่อยให้การเจรจายืดเยื้อไปจนหลังเลือกตั้งปีหน้าเพื่อให้ได้คะแนนนิยมชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นจีนต้องมียุทธศาสตร์ทำให้ทรัมป์ยอมจีนให้ได้ก่อนเลือกตั้ง ซึ่งต้องรอดูว่าจีนจะทำอย่างไร”

 

เตือนไทยรับมือ  เทรดวอร์‘รบต่อ’  หลัง‘ทรัมป์’ชนะเลือกตั้ง

บัณฑูร วงศ์สีลโชติ

ไทยได้น้อยกว่าเวียดนาม

ผลพวงจากการระงับสงครามการค้าชั่วคราว คาดช่วงจากนี้การซื้อสินค้าของผู้นำเขาสหรัฐฯจากจีนจะมีมากขึ้น ขณะที่ไทยจะได้อานิสงส์ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นในกลุ่มทดแทนสินค้าจีนที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษี และส่งออกทดแทนสินค้าอินเดียที่ถูกสหรัฐฯตัดสิทธิจีเอสพีเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีประเทศที่จะได้อานิสงส์ส่งออกไปสหรัฐฯมากกว่าไทยคือเวียดนาม ที่ปีที่ผ่านมาส่งออกไปสหรัฐฯ 49,174 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยส่งออก 31,873 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่าไทย 17,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5.4 แสนล้านบาท ซึ่งการส่งออกของเวียดนามไปสหรัฐฯทิ้งห่างไทยมากขึ้นในทุกปี เนื่องจากมีต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนามเพื่อส่งออกเป็นจำนวนมากกว่าไทยมาก จากที่เวียดนามให้สิทธิประโยชน์มาก มีแรงงานรองรับและค่าแรงไม่สูงนัก และมีข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ใหม่ๆ ในหลายกรอบที่นักลงทุนสามารถเข้าไปใช้สิทธิประโยชน์ได้

 

ฟันธงไม่ยุติ-รบต่อ

“บัณฑูร” ฟันธงว่า การเจรจาเพื่อคลี่คลายสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนจะไม่มีข้อยุติ และจะตกลงกันไม่ได้ในที่สุด เพราะในหลายประเด็นไม่สามารถเป็นไปได้ เช่นสหรัฐฯเรียกร้องให้จีนลดบทบาทรัฐวิสาหกิจ และเลิกอุดหนุนรัฐวิสาหกิจจีน ในหลายประเด็นสหรัฐฯต้องการให้ทุกอย่างในความตกลงเป็นไปตามที่สหรัฐฯเขียน ซึ่งจีนต้องนำไปแก้กฎหมายในประเทศ แต่มีบางประเด็นที่จีนระบุว่าต้องเป็นเพียงการให้คำมั่นสัญญาเท่านั้น ไปประกาศเป็นกฎหมายไม่ได้ อีกทั้งมีบางประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงการมีอำนาจเหนืออำนาจรัฐในประเทศจีน

 ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการให้จีนซื้อสินค้าจากสหรัฐฯมากกว่าที่ได้เสนอมา ส่วนจีนต้องการให้สหรัฐฯลดภาษีนำเข้าไปสู่จุดเดิมก่อนที่มีการใช้มาตรการขึ้นภาษีโดยให้ทำทันทีที่มีความตกลง แต่สหรัฐฯต้องการให้คงไว้จนกว่าหลังเลือกตั้งปี 2020(2563) ส่วนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จีนระบุว่าที่ผ่านมาจีนได้จ่ายให้สหรัฐฯในการซื้อใบอนุญาตในการใช้มากกว่า 1.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2560 ปีเดียว เป็นรายได้ที่มากกว่าที่สหรัฐฯได้จากบริการอื่น ๆ โดยจีนชี้ว่าการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจึงไม่ใช่เรื่องจริง มาตรการที่สหรัฐฯเรียกร้องจึงเกินความจำเป็นในหลายๆ ข้อที่จีนเรียกร้องให้ตัดออก

“การส่งออกไทยปีนี้น่าจะติดลบ จากเงินบาทแข็งค่ามาก และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากสงครามการค้าที่มีแนวโน้มยืดเยื้อไม่มีสิ้นสุดตราบที่ทรัมป์ยังเป็นประธานาธิบดีและห้อมล้อมด้วยคนที่ต่อต้านจีนอย่าง ไมค์ พอมเพโล รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ, จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง, วิลเบอร์ ลอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์, ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาฝ่ายการค้าประจำทำเนียบขาว และโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ”

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,485 วันที่ 7-10 กรกฎาคม 2562

เตือนไทยรับมือ  เทรดวอร์‘รบต่อ’  หลัง‘ทรัมป์’ชนะเลือกตั้ง