thansettakij
thansettakij
ไทยเดินหน้าถกอียู ฟื้นเจรจาเอฟทีเอรอบ 5 ปี

ไทยเดินหน้าถกอียู ฟื้นเจรจาเอฟทีเอรอบ 5 ปี

10 มิ.ย. 62 | 09:46 น.

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ 14 มุ่งหารือประเด็นสำคัญ อาทิ ความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เบร็กซิท และความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากที่เอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป(อียู)ได้หยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2557 หลังมีรัฐประหาร  ซึ่งทำให้การเจรจาต้องชะลอออกไปจนกว่าจะมีรัฐบาล และล่าสุดไทยมีความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งกรมได้เตรียมเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ 14 ในวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยเป็นการประชุมประจำปีเพื่อหารือส่งเสริมความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรป และแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน สำหรับการประชุมครั้งนี้จะหารือในประเด็นสำคัญ เช่น การแลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) การปฏิรูปการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) ความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป พัฒนาการด้านกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของทั้งสองฝ่ายในรอบปีที่ผ่านมา และการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากการออกมาตรการหรือกฎระเบียบทางการค้าใหม่ๆ เป็นต้น

เนื่องจากขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และสหภาพยุโรปเองก็อยู่ระหว่างการเลือกตั้งรัฐสภาชุดใหม่เช่นกัน ดังนั้นในการประชุมคณะทำงานครั้งนี้ จะยังไม่หารือในรายละเอียดของเอฟทีเอ แต่จะเป็นเวทีที่ทั้งสองฝ่ายร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการประเมินหรือพิจารณาตัดสินใจเรื่องนี้ในอนาคต

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับ 3 ของไทย ในปี 2561 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 47,271.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 9.4%  ของการค้าไทยกับโลก ขยายตัว6.51%  จากปี 2560 เป็นการส่งออกจากไทยไปสหภาพยุโรป 25,014%  ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.15%  และไทยนำเข้าจากสหภาพยุโรป 22,257 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.07%  จากปี 2560 โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปสหภาพยุโรป เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ไก่แปรรูป และสินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากสหภาพยุโรป เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องเพชรพลอย เป็นต้น