thansettakij
thansettakij
วัดใจรัฐบาลใหม่  ไฟเขียวนำเข้า  มะพร้าว 3.3 แสนตัน

วัดใจรัฐบาลใหม่ ไฟเขียวนำเข้า มะพร้าว 3.3 แสนตัน

05 มิ.ย. 62 | 08:25 น.

 

 

โรงงานแปรรูปลุ้นรัฐบาลใหม่ เคาะนำเข้ามะพร้าว 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ กว่า 3.3 แสนตัน ชี้เหตุจำเป็น ทั้งข้อตกลงการค้า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงไว้แล้ว ผวาข้อมูลผลผลิตรัฐไม่แม่นลามธุรกิจเจ๊ง เสี่ยงเสียตลาดให้คู่แข่ง

จากที่คณะกรรมการพืช นํ้ามันและนํ้ามันพืช มีมติเห็นชอบให้เปิดตลาดมะพร้าวและผลิตภัณฑ์ ภายใต้กรอบข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)คราวละ 3 ปี (ปี 2560-2562) โดยภายใต้กรอบ WTO มะพร้าวผลและมะพร้าวฝอย ในโควตาปริมาณ 2,317 ตัน และ 110 ตัน ตามลำดับ อัตราภาษีนำเข้ามะพร้าวผลและมะพร้าวฝอย ในโควตา 20% นอกโควตา 54% ส่วนเนื้อมะพร้าวแห้ง ปริมาณ 1,157 ตัน อัตราภาษีในโควตา 20% นอกโควตา 36% และนํ้ามันมะพร้าว ปริมาณ 401 ตัน อัตราภาษีในโควตา 20% นอกโควตา 52% โดยให้มีการบริหารการนำเข้าไม่ให้กระทบกับเกษตรกร กำหนดช่วงเวลานำเข้าในโควตาช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม และพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตไทยออกสู่ตลาดน้อย หากต้องการนำเข้าต้องเสียภาษีนอกโควตาตามที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งแรกปีนี้รัฐบาลยังไม่ได้เปิดอนุญาตให้นำเข้ามะพร้าว

วัดใจรัฐบาลใหม่  ไฟเขียวนำเข้า  มะพร้าว 3.3 แสนตัน

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ผลผลิตมะพร้าวในประเทศที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ไว้ในปี 2562 อยู่ที่ 8.79 แสนตัน ขณะที่แผนความต้องการใช้มะพร้าวผลภายใต้กรอบอาฟต้าอยู่ 8.73 แสนตัน โดยมีแผนการซื้อในประเทศ 5.3 แสนตัน และแผนขอนำเข้า 3.36 แสนตัน (กราฟิกประกอบ) สาเหตุที่จำเป็นต้องนำเข้าเนื่องจาก 1. เป็นข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศและเป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ 2. เป็นคำสั่งซื้อล่วงหน้า เพราะต้องยอมรับความจริงว่าข้อมูลคาดการณ์ผลผลิตในประเทศบางครั้งไม่ค่อยแม่นยำ ส่วนแผนนำเข้าในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นเดือนที่มีวัตถุดิบในประเทศน้อยมาก ดังนั้นรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต้องเข้าใจหลักการค้าสากล และหวังจะอนุญาตให้นำเข้า

 

 

 

“สิ่งที่จะพลาดก็คือการเสียตลาดผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยในตลาดส่งออกไปเรื่อยๆ จากการที่เราไม่ทำความเข้าใจกันในประเทศ ซึ่งยอมรับว่า เป็นเรื่องยาก ไม่ใช่แค่เกษตรกรที่ประสบปัญหา แต่ผู้ประกอบการก็ประสบปัญหาเช่นกัน เพราะไม่ใช่เจอ
แค่ราคาสินค้าขยับขึ้นลงตามที่ขายสินค้าล่วงหน้า แต่อยู่ดีๆ หากราคาวัตถุดิบขยับขึ้นก็ไม่สามารถไปเรียกร้องเอาจากใครได้ก็ต้องยอมขายขาดทุน หรือปีไหนบอกว่าประเมินผลผลิตไปแล้ว มีการขายล่วงหน้า แต่พอถึงเวลาไม่มีของส่งให้ลูกค้าเรา
ก็ถูกปรับ เราก็มีความเสี่ยงเช่นกันดังนั้นควรมีการพบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดของทั้ง 3 ฝ่ายคือเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาครัฐเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนในการวางแผนงานร่วมกัน”

วัดใจรัฐบาลใหม่  ไฟเขียวนำเข้า  มะพร้าว 3.3 แสนตัน

ทั้งนี้ในส่วนของภาครัฐควรมีการจัดทำบิ๊กดาต้าด้วยเพื่อให้เกษตรกรได้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนว่าผลผลิตมะพร้าวในแต่ละปีเป็นจำนวนเท่าใด ความต้องการของตลาดจริงๆ มีเท่าใด เพื่อที่เกษตรกรรายเดิมหรือในอนาคตหากจะมีคนปลูกมะพร้าวรายใหม่จะได้มีข้อมูลในการพิจารณาว่าควรจะเข้ามาในตลาดนี้หรือไม่ ซึ่งต้องวิเคราะห์แนวโน้มไปถึง 5 ปีข้างหน้าด้วย เพราะเวลานี้ไม่ใช่มีไทยประเทศเดียวที่ผลิตสินค้านี้ได้

 

 

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า จากการที่รัฐบาลไทยจะใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard Measure : SSG) มะพร้าวถ้านำเข้ามาเพื่อแปรรูปแล้วส่งออกไปในรูปผลิตภัณฑ์ เกิน 206,735 แสนตัน จะต้องเสียภาษี 72% เกรงว่าอาจจะถูกฟ้องร้องภายหลังได้ผิดจากข้อตกลงการค้า หรือหากทำได้ไทยอาจจะถูกตอบโต้อาจจะลามบานปลายไปสินค้าอื่นที่อาจจะส่งผลกระทบได้

“ผลิตภัณฑ์มะพร้าวส่งออกมีการแข่งขันกันทั่วโลก ไม่ใช่ไทยขายอยู่ประเทศเดียว ประเทศเพื่อนบ้านก็ขายด้วย ยกตัวอย่าง ชาวสวนอยากได้ราคาสูง สุดท้ายต้นทุนสูง จะไปขายแข่งกับเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนวัตถุดิบตํ่ากว่าก็ยาก หากราคาห่างกันมากผู้ซื้อหันไปนำเข้าของถูกกว่าจากประเทศอื่น ไทย จะโดนกินตลาดไปเรื่อยๆ สุดท้ายเกษตรกรก็จะเดือดร้อนด้วย เพราะจะไปหาโรงงานที่ไหนรับซื้อส่วนโรงงานแปรรูปที่มีแบรนด์แข็งแรงพอสมควร หากเขาบอกว่าแข่งขันไม่ได้ในตลาดโลก ก็จะต้องหาทางขยับขยายโรงงานของตัวเองไปอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านแทนเกษตรกรก็จะเดือดร้อนอีก”

 

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,476  วันที่ 6-8  มิถุนายน 2562 

วัดใจรัฐบาลใหม่  ไฟเขียวนำเข้า  มะพร้าว 3.3 แสนตัน