thansettakij
thansettakij
สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

30 เม.ย. 62 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 62 | 12:55 น.

ประสบความสำเร็จท่วมท้น สศก.ประเมินผล “ข้าวโพดหลังนา”  สร้างรายได้ 5 จ.ภาคเหนือตอนล่าง  “อุทัยธานี” นำโด่งฟันรายได้สูงสุด 1.3 พันบาทต่อไร่ เผยระบุเกษตรกรเข้าโครงการร่วม 2 หมื่นคน รายได้สะพัดกว่า 2 พันล้านบาท ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

  สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

นางอัญชนา  ตราโช  รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปีเพาะปลูก 2561/62  ที่ปลูกระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง กุมภาพันธ์ 2562  ในเขตภาคเหนือตอนล่างของแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญใน 5 จังหวัด เปรียบเทียบกับข้าวนาปรัง หลังจากเกษตรกร เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของรัฐบาล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกแทนข้าวรอบ 2 (ข้าวนาปรัง) ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 (สศท.12) จังหวัดนครสวรรค์  (ข้อมูล ณ 19 เมษายน 2562) พบว่า

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

"กำแพงเพชร"  เกษตรกรมีต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4,768 บาท/ไร่  เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 8.00 บาท  ได้ผลตอบแทน 7,357 บาท/ไร่  คิดเป็นรายได้สุทธิ 2,589 บาท/ไร่  ในขณะที่ข้าวนาปรัง เกษตรกรมีต้นทุน 4,231 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 15%) ราคากิโลกรัมละ 7.40 บาท ผลตอบแทน 5,325 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 1,095 บาท/ไร่

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

"พิจิตร" ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4,604 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 7.90 บาท  ผลตอบแทน 6,708 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 2,105 บาท/ไร่  ในขณะที่ข้าวนาปรัง ต้นทุน 3,992 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 15%) ราคากิโลกรัมละ 7.70 บาท ผลตอบแทน 5,287 บาท/ไร่  รายได้สุทธิ 1,294 บาท

 

"นครสวรรค์"  ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5,190 บาท/ไร่  เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 8.27 บาท ผลตอบแทน 8,426 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ ไร่ละ 3,236 บาท/ไร่  ในขณะที่ข้าวนาปรัง ต้นทุน 4,227 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 15%) ราคากิโลกรัมละ 7.44 บาท ผลตอบแทน 5,433 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 1,206 บาท/ไร่

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

"อุทัยธานี" ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5,212 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 7.75 บาท ผลตอบแทน 8,032 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 2,820 บาท/ไร่ ในขณะที่ข้าวนาปรัง ต้นทุน 4,334 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 15%) ราคากิโลกรัมละ 7.99 บาท ผลตอบแทน 5,710 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 1,376 บาท/ไร่

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

"เพชรบูรณ์" ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5,021 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 7.95 บาท ผลตอบแทน 7,529 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 2,509 บาท ในขณะที่ข้าวนาปรัง ต้นทุน 4,144 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 15%) ราคากิโลกรัมละ 7.48 บาท ผลตอบแทน 5,313 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 1,169 บาท/ไร่ 

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง

นางอัญชนา  กล่าวว่า จากการสำรวจจะเห็นได้ชัดเจนว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าข้าวนาปรัง และจากข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562) พบว่ามีเนื้อที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ใน 5 จังหวัด รวม  278,038 ไร่  เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 19,520 ราย โดยผลผลิตที่เก็บเกี่ยวจะออกตลาดช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2562 รวมปริมาณ 267,190 ตัน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรในโครงการฯ และนำรายได้เข้าสู่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ไม่ต่ำกว่า 2,147.61 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) 756.45 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าการปลูกข้าวรอบสองถึงร้อยละ 127 เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกในพื้นที่เท่ากัน

สศก.ฟุ้ง “ข้าวโพดหลังนา” รายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง