
‘เอสเอ็มอี’โอดรายได้ร่วง เศรษฐกิจไตรมาสแรกกระทบกลุ่มคนชั้นกลาง
เอสเอ็มอีประสานเสียงไตรมาสแรกยอดขายตก เหตุเศรษฐกิจชะลอตัวทำผู้มีรายได้ระดับล่างถึงกลางไม่กล้าใช้จ่าย ระบุกังวลปัญหาการเมืองที่ยังไม่แน่นอนฉุดรายได้ต่อเนื่อง ทั้งคนในประเทศ และนักท่องเที่ยว
ผ่านพ้นไปแล้วกับไตรมาสที่ 1/2562 และการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปีของประเทศไทย สถานการณ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) จะเป็นอย่างไรกันบ้าง “ฐานเศรษฐกิจ” จึงถือโอกาสสำรวจความคิดเห็นถึงสถานการณ์ในการทำธุรกิจที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว และข้อกังวลในระยะต่อไป
นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมเพื่อสุขภาพ แบรนด์ “เวล-บี” กล่าวว่า บริษัทมีการทำธุรกิจทั้งในรูปแบบที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของบริษัท และรับจ้างผลิต (OEM) เพื่อให้บริษัทอื่นนำไปทำแบรนด์ต่อ โดยในส่วนของแบรนด์ เวล-บี นั้น ยอดขายค่อนข้างทรงตัวทั้งที่จำหน่ายในประเทศ และการส่งออก เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2561 เนื่องจากภาวะทางด้านเศรษฐกิจที่ค่อนข้างชะลอตัว ทำให้คนระดับล่างและระดับกลางไม่ค่อยกล้าจับจ่ายใช้สอยเท่าใดนัก
ส่วนที่ทำ OEM ให้กับบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และท็อปส์ มาร์เก็ต (Tops Market) ถือว่ายอดขายดีขึ้นเนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มเดิน ทางกลับมาเที่ยวยังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นทำให้บริษัทได้รับอานิสงส์ จากเรื่องดังกล่าวนี้ตามไปด้วย
“จากการสำรวจพบว่าผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิต และจำหน่ายในรูปแบบพรีเมียมยังสามารถสร้างยอดขายในอัตราที่เติบโตต่อเนื่องได้ ผิดกับผลิตภัณฑ์ตามปกติที่เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรายได้ระดับกลางซึ่งยอดขายทรงตัว โดยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจก็คือกลุ่มที่มีรายได้ระดับล่างจนถึงรายได้ระดับกลาง แต่คนที่มีรายได้ระดับสูงไม่ได้รับผลกระทบ”
สำหรับข้อกังวลต่อการทำธุรกิจในระยะต่อไปก็คือเรื่องของวัตถุดิบ เนื่องจากบริษัทจะมุ่งเน้นการทำผลไม้แช่แข็ง เช่น ทุเรียน ซึ่งจะต้องมีการซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก แต่ในปีที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องของราคาที่สูงเกินความเป็นจริง จากการซื้อมากักตุนของผู้ที่ต้องการแสวงหาผลกำไร โดยไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ดังกล่าวแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ในปีนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทมีวัตถุดิบน้อย ไม่เพียงพอต่อการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคขณะที่ปัจจัยเรื่องของการเมืองที่ยังไม่นิ่งก็จะส่งผลกระทบ ไปถึงเรื่องของค่าเงินที่แกว่งตัวไปมา ซึ่งจะกระทบไปยังอุตสาห กรรมการท่องเที่ยว อีกทั้งยังส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าที่จะลงทุน หรือขยายธุรกิจ เพราะความไม่แน่นอนของสถาน การณ์การเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนผึ้งหวาน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะขามแปรรูป ภายใต้แบรนด์ “บ้านมะขาม” ที่ระบุว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับล่างถึงระดับกลางมีการระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ทำให้ชะลอการบริโภคไป โดยเห็นได้จากยอดขายผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายผ่านทางเซเว่นอีเลฟเว่น (7-eleven) ที่ไม่ได้เติบโตขึ้นตามการขยายสาขาที่มีเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 1/2562 ยอดขายของบริษัทก็ไม่ค่อยดีมากนัก
“ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังสามารถขายได้ต่อเนื่องกับกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมรับประทานเพื่อเป็นยาระบาย เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบพรีเมียมที่ยังคงมียอดขายเติบโตได้ ผิดกับกลุ่มผู้มีรายได้ระดับล่างถึงกลางที่ค่อนข้างจะชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ”
ด้านปัจจัยที่น่าเป็นห่วงในระยะต่อไปนั้น มองว่าประเด็นเรื่องของการเมืองก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ส่งผลกระทบไปยังทุกภาคส่วน เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนว่าจะออกมา ทิศทางใด ซึ่งย่อมมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมและความเป็นอยู่ของประชาชนในเรื่องของรายได้ ขณะที่พืชผลทางการเกษตรที่ราคาไม่ค่อยดี ก็ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยเช่นเดียวกัน เพราะกลุ่มเกษตรกรมีการชะลอการใช้จ่ายลงเนื่องจากรายได้ที่ลดลง
หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3464 ระหว่างวันที่ 25 - 27 เมษายน 2562










