thansettakij
thansettakij
‘เอสเอ็มอี’โอดรายได้ร่วง เศรษฐกิจไตรมาสแรกกระทบกลุ่มคนชั้นกลาง

‘เอสเอ็มอี’โอดรายได้ร่วง เศรษฐกิจไตรมาสแรกกระทบกลุ่มคนชั้นกลาง

23 เม.ย. 62 | 06:42 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 62 | 10:32 น.

เอสเอ็มอีประสานเสียงไตรมาสแรกยอดขายตก  เหตุเศรษฐกิจชะลอตัวทำผู้มีรายได้ระดับล่างถึงกลางไม่กล้าใช้จ่าย  ระบุกังวลปัญหาการเมืองที่ยังไม่แน่นอนฉุดรายได้ต่อเนื่อง  ทั้งคนในประเทศ  และนักท่องเที่ยว

ผ่านพ้นไปแล้วกับไตรมาสที่ 1/2562 และการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปีของประเทศไทย สถานการณ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) จะเป็นอย่างไรกันบ้าง “ฐานเศรษฐกิจ” จึงถือโอกาสสำรวจความคิดเห็นถึงสถานการณ์ในการทำธุรกิจที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว  และข้อกังวลในระยะต่อไป

นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมเพื่อสุขภาพ แบรนด์ “เวล-บี” กล่าวว่า บริษัทมีการทำธุรกิจทั้งในรูปแบบที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของบริษัท  และรับจ้างผลิต (OEM) เพื่อให้บริษัทอื่นนำไปทำแบรนด์ต่อ  โดยในส่วนของแบรนด์ เวล-บี นั้น ยอดขายค่อนข้างทรงตัวทั้งที่จำหน่ายในประเทศ  และการส่งออก  เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2561 เนื่องจากภาวะทางด้านเศรษฐกิจที่ค่อนข้างชะลอตัว ทำให้คนระดับล่างและระดับกลางไม่ค่อยกล้าจับจ่ายใช้สอยเท่าใดนัก

‘เอสเอ็มอี’โอดรายได้ร่วง เศรษฐกิจไตรมาสแรกกระทบกลุ่มคนชั้นกลาง  

ส่วนที่ทำ OEM ให้กับบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และท็อปส์ มาร์เก็ต (Tops Market) ถือว่ายอดขายดีขึ้นเนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มเดิน ทางกลับมาเที่ยวยังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นทำให้บริษัทได้รับอานิสงส์ จากเรื่องดังกล่าวนี้ตามไปด้วย

“จากการสำรวจพบว่าผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิต และจำหน่ายในรูปแบบพรีเมียมยังสามารถสร้างยอดขายในอัตราที่เติบโตต่อเนื่องได้  ผิดกับผลิตภัณฑ์ตามปกติที่เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรายได้ระดับกลางซึ่งยอดขายทรงตัว  โดยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจก็คือกลุ่มที่มีรายได้ระดับล่างจนถึงรายได้ระดับกลาง  แต่คนที่มีรายได้ระดับสูงไม่ได้รับผลกระทบ”

สำหรับข้อกังวลต่อการทำธุรกิจในระยะต่อไปก็คือเรื่องของวัตถุดิบ  เนื่องจากบริษัทจะมุ่งเน้นการทำผลไม้แช่แข็ง เช่น ทุเรียน ซึ่งจะต้องมีการซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก  แต่ในปีที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องของราคาที่สูงเกินความเป็นจริง  จากการซื้อมากักตุนของผู้ที่ต้องการแสวงหาผลกำไร  โดยไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ดังกล่าวแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ในปีนี้  ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทมีวัตถุดิบน้อย ไม่เพียงพอต่อการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคขณะที่ปัจจัยเรื่องของการเมืองที่ยังไม่นิ่งก็จะส่งผลกระทบ ไปถึงเรื่องของค่าเงินที่แกว่งตัวไปมา ซึ่งจะกระทบไปยังอุตสาห กรรมการท่องเที่ยว  อีกทั้งยังส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าที่จะลงทุน  หรือขยายธุรกิจ  เพราะความไม่แน่นอนของสถาน การณ์การเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

  สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนผึ้งหวาน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะขามแปรรูป ภายใต้แบรนด์ “บ้านมะขาม” ที่ระบุว่า  กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับล่างถึงระดับกลางมีการระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอย  ทำให้ชะลอการบริโภคไป โดยเห็นได้จากยอดขายผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายผ่านทางเซเว่นอีเลฟเว่น (7-eleven) ที่ไม่ได้เติบโตขึ้นตามการขยายสาขาที่มีเพิ่มมากขึ้น  ขณะที่ไตรมาส 1/2562 ยอดขายของบริษัทก็ไม่ค่อยดีมากนัก

‘เอสเอ็มอี’โอดรายได้ร่วง เศรษฐกิจไตรมาสแรกกระทบกลุ่มคนชั้นกลาง

“ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังสามารถขายได้ต่อเนื่องกับกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมรับประทานเพื่อเป็นยาระบาย เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบพรีเมียมที่ยังคงมียอดขายเติบโตได้  ผิดกับกลุ่มผู้มีรายได้ระดับล่างถึงกลางที่ค่อนข้างจะชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ”

ด้านปัจจัยที่น่าเป็นห่วงในระยะต่อไปนั้น  มองว่าประเด็นเรื่องของการเมืองก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ส่งผลกระทบไปยังทุกภาคส่วน  เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนว่าจะออกมา ทิศทางใด ซึ่งย่อมมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมและความเป็นอยู่ของประชาชนในเรื่องของรายได้  ขณะที่พืชผลทางการเกษตรที่ราคาไม่ค่อยดี  ก็ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยเช่นเดียวกัน  เพราะกลุ่มเกษตรกรมีการชะลอการใช้จ่ายลงเนื่องจากรายได้ที่ลดลง   

หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3464 ระหว่างวันที่ 25 - 27 เมษายน 2562

‘เอสเอ็มอี’โอดรายได้ร่วง เศรษฐกิจไตรมาสแรกกระทบกลุ่มคนชั้นกลาง