
เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.๑๐ “รวมพลังช่วยเกษตรกร สร้างรายได้ยั่งยืน”
“กฤษฎา”วิ่งสู้ฟัด กล่อมข้าราชการแสดงความจงรักภักดี ใน 2 พระราชพิธีพิเศษ ที่จะเกิดขึ้น เดือน พ.ค.นี้ให้ทุ่มเท สติ ปัญญาสุดกำลังความสามารถ หวังเกษตรกรหลุดพ้นสินค้าตกต่ำ โดนพ่อค้ากดราคายับ ใช้กลยุทธ์ ประสานพลังประชารัฐ ดึงเอกชนช่วยดันนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ผสมผสานเกษตรยั่งยืน
ตั้งแต่การเริ่มต้นการผลิตหรือลงมือปลูกข้าวโพดจนถึงการจำหน่ายข้าวโพดหรือผลผลิต เช่น การขึ้นทะเบียนชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ การจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด การปรับปรุงคุณภาพดิน การบริหารจัดการน้ำ การประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เพื่อสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกร การประสานภาคเอกชนให้เข้ามารับซื้อผลผลิตข้าวโพดผ่านสหกรณ์การเกษตร ตลอดจนการประกันภัยพืชผล จนส่งผลให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เฉลี่ย 3,000-4,000 บาท/ไร่ สูงกว่าการทำนาปรัง
- ระดับจังหวัดหรือในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ให้ใช้คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด (อ.พ.ก.)เป็นองค์กรหลักเพื่อทำหน้าที่บูรณาการหน่วยงานในสังกัด และระหว่างหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชนเช่นเดิม แต่ให้มีการมอบหมายภารกิจเพิ่มเติม จำนวน 2 ฝ่าย คือ 1.ฝ่ายวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน และรายงานสถานการณ์การผลิตทางการเกษตร ประกอบด้วย สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานชลประทานจังหวัด และสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตของเกษตรกรตามความต้องการของตลาด (Demand Driven) โดยให้ครอบคลุมกระบวนการผลิตทางการเกษตร
เริ่มตั้งแต่การรวมกลุ่มเกษตรกร การคัดเลือกพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมตามข้อมูลแผนที่เกษตร (Agri-Map) วิธีการทำการเกษตรกรรมที่เหมาะสม เช่น การเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริ เกษตรปลอดภัย (GAP) เกษตรอินทรีย์ (Organic) หรือการรวมกลุ่มวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม หรือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำเกษตรกรรมแบบแม่นยำเพื่อลดต้นทุนการผลิต เป็นต้น
- ฝ่ายประสานงานด้านการตลาด ประกอบด้วย สำนักเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานสหกรณ์จังหวัด เป็นหน่วยงานหลักเพื่อทำหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) บริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ฯลฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลความต้องการของตลาดสินค้าเกษตรในระดับพื้นที่เพื่อส่งให้ “ฝ่ายวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน และรายงานสถานการณ์การผลิตทางการเกษตร” ใช้ในการปฏิบัติงานรวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรหรือเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร รวมถึงการประสานงานกับภาคเอกชนในการเจรจาตกลงรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรผ่านช่องทางสหกรณ์การเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ
ทั้งนี้ ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทั้ง 12 เขต ทำหน้าที่เป็นหน่วยวิเคราะห์ พยากรณ์ และสนับสนุนข้อมูลที่สำคัญและจำเป็น สำหรับใช้ประกอบการวางแผนการผลิต การติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดและการจำหน่ายผลผลิตในข้อ 1 และข้อ 2 ด้วย ส่วนกลางให้ ปลัดและอธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าในฐานะหัวหน้าหน่วยงานระดับกระทรวงและกรมได้ปรับโครงสร้างการมอบหมายภารกิจและหน้าที่ให้แก่บุคลากรในสังกัดให้สอดคล้องกับโครงสร้างภารกิจในการทำงานในพื้นที่โดยให้กำหนดภารกิจและหน้าที่ของหน่วยงานและบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกเป็น 2 กลุ่มงาน
“ คือ 1. กลุ่มงานการวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน และรายงานสถานการณ์การผลิตทางการเกษตร ให้มอบหมาย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กรมวิชาการเกษตร ฯลฯ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ในสังกัดเช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ทำหน้าที่อำนวยการวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน และรายงานสถานการณ์การผลิต (Supply) ของประเทศ ให้สอดคล้องกับความต้องการ (Demand) ของตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ
2. กลุ่มงานการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้มอบหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สำนักงานทูตเกษตรทุกแห่ง ฯลฯ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในสังกัด กษ. ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย องค์การสะพานปลา และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ”
เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มสานพลังประชารัฐ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าสินค้าเกษตรหรืออาหารเกษตร ฯลฯ เพื่อให้ทราบแนวโน้มราคาและความต้องการสินค้าเกษตรของตลาดทั้งในและต่างประเทศ และหรือมารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและหรือกลุ่มเกษตรกรโดยตรงในราคาที่เป็นธรรมและยั่งยืน
ทั้งนี้ ให้ ปลัดเกษตรและอธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าในฐานะหัวหน้าหน่วยงานระดับกระทรวงและกรม ดำเนินการวางแผนเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานพร้อม การเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในพื้นที่ต่างๆ และพัฒนาตัวชี้วัดความสำเร็จที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่พร้อมระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบในภารกิจและหน้าที่นั้นๆ
ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่ ริเริ่มดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและหรือกลุ่มเกษตรกรต่างๆ ได้จำหน่ายผลผลิตหรือ มีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหรือมีการลงทุนร่วมกันระหว่างกลุ่มเกษตรกรกับภาคเอกชนทั้งในพื้นที่และส่วนกลางบ้างแล้ว
เช่น กลุ่มโรงพยาบาลจังหวัด/อำเภอ ได้ทำสัญญารับซื้อผลผลิตจากกลุ่มเกษตรกรไปปรุงอาหารให้ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล กลุ่มห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่(Modern Trade)ลงทุนออกค่าใช้จ่ายในการสร้างห้องเย็นถนอมผลผลิตให้เกษตรกรและทำสัญญารับซื้อพืชและผักจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ในราคาที่เกษตรกรพอใจ เป็นต้น ดังนั้น











