thansettakij
thansettakij
สะท้อนภาพจริง “เศรษฐกิจไทย”แย่ ภาคเอกชนจี้รัฐเร่งกู้ชีพ

สะท้อนภาพจริง “เศรษฐกิจไทย”แย่ ภาคเอกชนจี้รัฐเร่งกู้ชีพ

14 มิ.ย. 69 | 08:59 น.
อัปเดตล่าสุด :14 มิ.ย. 69 | 09:17 น.

สะท้อนภาพจริง “เศรษฐกิจไทย”แย่ ภาคเอกชนจี้รัฐเร่งกู้ชีพ : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,209

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชน นำโดยหอการค้าไทย ยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 10 ข้อต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา
  • นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปรียบเศรษฐกิจไทยว่า ถอยหลังเหมือน "ซาเล้ง" ที่เครื่องยนต์ดับ และเตือนรัฐบาลให้เลิกเน้นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น
  • ข้อเสนอหลักมุ่งเน้นการกระตุ้นกำลังซื้อ ลดค่าครองชีพ และ เรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

*** ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย แวะเวียนมาพบกับแฟนคอลัมน์ ในฉบับที่ 4,209 ระหว่างวันที่ 14-17 มิ.ย. 2569 เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคมแบบ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” เช่นเคย... ห้วงนี้อุณหภูมิทางเศรษฐกิจดูจะร้อนแรงไม่แพ้อากาศ เพราะเครื่องยนต์ “เศรษฐกิจไทย” กำลังถูกตั้งคำถามจากคนหน้างานจริงว่า กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า หรือ กำลังถอยหลังลงคลองกันแน่! 

*** บรรยากาศที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ “พจน์ อร่ามวัฒนานนท์” ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำทีมคณะกรรมการชุดใหญ่เข้าเยี่ยมคารวะและยื่นข้อเสนอต่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย งานนี้เอกชนไม่ได้มามือเปล่า แต่หอบเอา “การบ้านกองโต” แผนงานหลัก 10 เรื่อง และข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจมาส่งถึงมือ

*** สาระสำคัญ 10 ข้อเสนอเร่งด่วนจากหอการค้าไทย ก็ประกอบไปด้วย กระตุ้นกำลังซื้อ เสนอโครงการ “คนละครึ่งพลัส / ไทยช่วยไทยพลัส” เน้นกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง, ลดค่าครองชีพ เร่งรัดหั่นราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และ ก๊าซหุงต้ม, อุ้ม SMEs ด้วยการอัดฉีด Soft Loan พ่วงตั้งโครงการค้ำประกันสินเชื่อแบบมุ่งเป้า (Cleansing Data), แก้หนี้สิน โดยปรับโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง, ปกป้องตลาด ด้วยการสกัดกั้นการทุ่มตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากต่างชาติ 

*** ที่ ว.เชิงดอย เห็นว่ามองข้ามไม่ได้เลยคือ ข้อเสนอให้รัฐบาลตั้ง “กรอ. เฉพาะด้าน 8 คณะ” (พาณิชย์, เกษตร, ท่องเที่ยว, การศึกษา, AI & Technology, พลังงาน, โลจิสติกส์ และ SMEs) เพื่อผ่าตัดแก้ไขปัญหาแบบแยกส่วนตรงจุด และเสียงเตือนดังๆ เรื่อง “ภาคเกษตรกรรม” ที่อุ้มชูประชากรกว่า 30 ล้านคน หากรัฐบาลไม่รีบปรับโครงสร้างลดต้นทุนและวางแผนการตลาดระยะยาว 1-10 ปี ความมั่นคงทางอาหารของไทยอาจสั่นคลอน รวมถึงปัญหายาหม้อใหญ่เรื่องการ ต่ออายุ MOU แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ที่จะเดดไลน์สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ หากเกิดสุญญากาศ...ภาคการผลิตไทยมีหวังสะดุดหัวคะมำแน่ 

*** ด้าน นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็รับลูกแบบนิ่มนวล ยืนยันว่าหลายเรื่องตรงกับนโยบายที่รัฐบาลกำลังเข็นอยู่ ทั้งการเร่งเจรจา FTA, การดึงดูดลงทุน, ดิจิทัล-AI และ เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมตบท้ายด้วยการให้ความมั่นใจเรื่องการปราบมาเฟีย-ผู้มีอิทธิพล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน แหม...ฟังดูดี แต่คนทำธุรกิจเขาอยากเห็นมาตรการที่ “จับต้องได้และรวดเร็ว” มากกว่าคำมั่นสัญญา

*** ขยับมาดูมุมมองของเจ้าสัวรุ่นใหญ่ “เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ ที่ออกมาฉายภาพเศรษฐกิจไทย ปี 2569 ได้อย่างเห็นภาพและเจ็บจี๊ดหัวใจ จากเดิมที่เคยเปรียบเศรษฐกิจไทย เป็น “รถสามล้อเครื่อง” มาวันนี้เจ้าสัวบอกว่าเครื่องยนต์มันดับไปแล้ว และถอยหลังกลับไปเป็นแค่ “ซาเล้ง” ที่ทุกฝ่ายต้องออกแรงถีบยันกันหน้าเขียวเพื่อให้อนาคตขยับไปข้างหน้า

                                          สะท้อนภาพจริง “เศรษฐกิจไทย”แย่ ภาคเอกชนจี้รัฐเร่งกู้ชีพ  

*** แม้ “เสี่ยบุณยสิทธิ์” จะให้คะแนนรัฐบาล 6 เต็ม 10 (ผ่านเกณฑ์) แต่ส่งสัญญาณเตือนว่า... เลิกเน้นมาตรการระยะสั้น เพราะโครงการแจกเงิน หรือ กระตุ้นการใช้จ่ายชั่วคราวอย่าง "ไทยช่วยไทยพลัส" หมดโปรแรงส่งก็หาย พร้อมจี้รัฐบาลให้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เสนอแนะว่ารัฐบาลต้องกล้าลงทุนในบิ๊กโปรเจกต์ (รถไฟความเร็วสูง, โลจิสติกส์, แลนด์บริดจ์) เหมือนในอดีตที่ทำสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมันจะกินได้ยาวๆ 5-20 ปี สร้างการจ้างงานที่แท้จริง

*** ปิดท้ายด้วยเทรนด์ “ทุนจีนบุกไทย” ที่ “เสี่ยบุณยสิทธิ์” ชี้ว่า วันนี้ทุนจีนยังหลั่งไหลเข้าไทยไม่หยุด แต่รอบนี้มาแปลกและใหญ่กว่าเดิม สมัยก่อนทุนญี่ปุ่นเข้ามาซื้อที่ดินตั้งโรงงานแค่ 10-20 ไร่ แต่พี่จีนยุคนี้ขยับมาทีไดเรกชันชัดเจน มองพื้นที่ระดับ 100-300 ไร่ขึ้นไป ...เป็นโจทย์ข้อใหญ่ให้รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ดีว่าจะต้อนรับขับสู้และกำกับดูแลอย่างไร ไม่ให้ทุนท้องถิ่นไทยโดนกลืนหายไปกับกระแสเชี่ยวกรากนี้...