
15 มิ.ย.นี้ ใช้สิทธิ 'ไทยช่วยไทย พลัส ' สั่งอาหารเดลิเวอรีได้แล้ว ผ่าน 4 แอปดัง
ดีเดย์ 15 มิ.ย.นี้ รัฐบาลเปิดใช้สิทธิ 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40' ผ่านบริการเดลิเวอรี 4 แอปดัง ตั้งแต่ 15 มิ.ย.-30 ก.ย. 2569 หลังมีร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 88,000 ร้านทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ขยายให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีได้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569
- สามารถใช้สิทธิได้ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood
- มีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการและเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" แล้วกว่า 88,000 ร้านค้าทั่วประเทศ
- ระยะเวลาการใช้สิทธิผ่านบริการเดลิเวอรีคือตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น.
รัฐบาลขยายการใช้สิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" สู่บริการฟู้ดเดลิเวอรี เริ่ม 15 มิถุนายน 2569 ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood หลังมีร้านอาหารเชื่อมระบบแล้วกว่า 88,000 ร้านทั่วประเทศ หวังเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน พร้อมกระตุ้นรายได้ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชน
เปิดใช้สิทธิเดลิเวอรีวันแรก 15 มิ.ย.
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" โดยตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีได้เป็นวันแรก
ร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 88,000 ร้าน
ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ลงทะเบียนและเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" สำเร็จแล้ว 88,198 ร้านค้า สะท้อนความพร้อมของผู้ประกอบการในการเข้าร่วมมาตรการของรัฐบาล เพื่อขยายช่องทางการขายและเพิ่มรายได้
ใช้สิทธิได้ถึง 30 ก.ย. 69
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านบริการเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน ผ่าน ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood
ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 2.9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. มีผู้ได้รับสิทธิแล้ว 26,040,623 คน และมีร้านค้าลงทะเบียนพร้อมใช้งานแล้วกว่า 1,044,138 ร้านค้า
ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่เปิดโครงการอยู่ที่ 29,363.29 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 17,012.49 ล้านบาท และ เงินที่ประชาชนร่วมจ่าย 12,350.80 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสำเร็จแล้ว 24,810,699 คน และมีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาทแล้วกว่า 2,656,376 คน ข้อมูล ณ 13 มิถุนายน เวลา 23.00 น.)
"รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการเปิดใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กันไป" นางสาวลลิดา กล่าว







