svasdssvasds

“หอการค้าไทย”หวังประเทศเดินหน้าต่อได้โดยไม่มีเกียร์ว่าง

25 มี.ค. 2562 เวลา 6:36 น. 671

     ประธานหอการค้าไทยชี้ไม่ควรมีช่วงเกียร์ว่างก่อนเห็นโฉมหน้า ครม.ชุดใหม่ เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของประเทศ  ขณะที่นักวิชาการมั่นใจรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ และจะกำหนดนโยบายเศรษฐกิจใหม่ได้เร็ว จากพื้นฐานนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้ไม่ต่างกันมาก

    นายกลินท์ สารสิน  ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยว่า หลังจากนี้อาจจะใช้เวลาอีกระยะจึงจะเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่มีรัฐบาลใหม่ ในส่วนของภาคเอกชนคาดหวังให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีเกียร์ว่าง เพราะช่วงนี้ถือเป็นช่วงสำคัญที่ต่างชาติอยากจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้นการรักษาความสงบเรียบร้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ หลายนโยบายเป็นเรื่องที่ดีที่ควรสานต่อเช่น โครงการ EEC , การพัฒนาการศึกษา , และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่วนการขึ้นค่าแรงโดยส่วนตัวไม่มีปัญหาเรื่องการเพิ่มค่าจ้างแรงงาน แต่มองว่ารัฐบาลใหม่ควรเน้นเพิ่มทักษะแรงงานมากกว่าเพราะในอนาคตเป็นยุคที่จะมีเครื่องจักร และหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้น

“หอการค้าไทย”หวังประเทศเดินหน้าต่อได้โดยไม่มีเกียร์ว่าง

      สำหรับมุมมองต่อการเลือกตั้ง เป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาพรวมการเลือกครั้งล่าสุดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการก็ค่อนข้างสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอย่างชัดเจน หลายพรรคการเมืองที่เสนอทางเลือกใหม่ๆ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในขณะที่พรรคเก่าแก่ประชาชนให้ความสนใจลดลง ซึ่งหลังจากนี้ทุกพรรคจะต้องทบทวนบทบาทที่ผ่านมาว่ามีข้อผิดพลาดอย่างไร รวมถึงจะนำนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนไปปฏิบัติจริงได้อย่างไร ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าได้จัดการเลือกตั้งตามกระบวนการอย่างถูกต้อง ซึ่งประชาชนและสื่อมวลชนเองก็ควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความโปร่งใส จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับในผลของการเลือกตั้งที่ออกมาได้ในที่สุด

     ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า คะแนนที่สูสีกันระหว่างพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 2 พรรค ซึ่งมีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สะท้อนความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ โดยหากประเมินจากผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการล่าสุด จะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐมีโอกาสสูงที่จะรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เกิน 250 เสียง เมื่อรวมกับเสียงของสมาชิกวุฒิสภาอีก 250 เสียง ก็จะทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะกำหนดนโยบายเศรษฐกิจใหม่ออกมาได้เร็ว โดยไม่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะจะเห็นว่าพื้นฐานนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้นั้นไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความพยายามทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี , การเพิ่มรายได้ , การเพิ่มสวัสดิการสังคม   หรือลดต้นทุนในการดำรงชีวิตด้านต่างๆ ทำให้น่าจะหลอมรวมมาสู่การปฏิบัติจริงได้ไม่ยาก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็จะเห็นภาพของแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง เช่น โครงการ EEC , Thailand 4.0 , การสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ S-curve , และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นต้น

“หอการค้าไทย”หวังประเทศเดินหน้าต่อได้โดยไม่มีเกียร์ว่าง

   ส่วนการที่สังคมใน Social media ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต. นั้น นายธนวรรธน์ มองว่า มีเพียงบางหน่วยเลือกตั้งที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส แต่ในภาพรวมก็ไม่ได้มีปัญหาการโกงหรือทุจริตอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีการสังเกตการณ์ขององค์กรนานาชาติ และสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องทำให้คนเชื่อมั่นว่าผลการนับคะแนนที่ออกมานั้นเป็นไปตามขั้นตอนอย่างโปร่งใส

“หอการค้าไทย”หวังประเทศเดินหน้าต่อได้โดยไม่มีเกียร์ว่าง

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด