
ขอแบ่งเค้กปตท. ส่งออก CPO แสนตัน บี 100 ดันราคาปาล์มขยับ
ชาวสวนยิ้มออก รณรงค์ใช้บี 100 ได้ผล โรงงานไบโอดีเซลแห่ผลิต ทำนํ้ามันปาล์มดิบขาดแคลน ดันราคาผลปาล์มขยับ 2.30-2.40 บาทต่อกก. เย้ย 3 มาตรการรัฐอืด “พาณิชย์”หวั่นหยุดยาวสงกรานต์ชาวสวนแห่ขายทำราคาตก ด้านโรงงานขอแบ่งเค้ก ปตท.ส่งออกหากได้ชดเชยขาดทุน
การแก้ปัญหาราคาปาล์มนํ้ามันตกตํ่าในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้งบประมาณกว่า 6,300 ล้านบาท (กราฟิกประกอบ) แต่มาตรการต่างๆ ที่ออกมายังไม่ได้ส่งผลให้ราคาผลปาล์มขยับขึ้น โดยราคาเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ตํ่าสุดในรอบ 50 ปี ที่ 1.50 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) มีผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มนํ้ามันแห่งชาติ (กนป.) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานครั้งล่าสุด สั่งอัดยาแรงขึ้นเพื่อกระตุ้นราคาอีกรอบ
มาตรการได้แก่ 1.ให้กระทรวงพลังงาน สั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มการใช้นํ้ามันปาล์มดิบ(ซีพีโอ)เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงจาก 1,000 ตัน เป็น 1,500 ตันต่อวัน ปริมาณรวมทั้งสิ้น 1.6 แสนตัน 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) จะช่วยซื้อนํ้ามันปาล์มดิบหรือผลิตเป็นไบโอดีเซลส่งออก จำนวน 1 แสนตัน 3.เพิ่มคลังเก็บนํ้ามันที่สุราษฎร์ธานี โดยเอกชนผู้ทำสัญญาจะเป็นผู้รับภาระค่าเช่าเอง มาตรการทั้งหมดจะควบคู่กับการส่งเสริมการใช้นํ้ามันดีเซลหมุนเร็วบี 20 เพื่อดันราคาเป้าหมายผลปาล์มไม่ตํ่ากว่า 3 บาทต่อกก.
นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มนํ้ามัน จังหวัดกระบี่ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ล่าสุดวันที่ 21 มีนาคม 2562 ได้รับโทรศัพท์สายตรงจากโรงงานผู้ผลิตไบโอดีเซล ว่า ขณะนี้โรงงานผลิตไบโอดีเซลเริ่มขาดแคลนวัตถุดิบนํ้ามันปาล์มดิบ เป็นผลจากการรณรงค์การใช้บี 100 ในกลุ่มของชาวสวนปาล์มในภาคใต้ที่ได้ผล ส่งผลทำให้ราคานํ้ามันปาล์มดิบช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.70-15 บาทต่อกก.ส่งผลถึงราคาผลปาล์มขยับขึ้นอยู่ที่ 2.30-2.40 บาทต่อกก. ขณะที่ราคาขายบี 100 เติมนํ้ามันรถอยู่ที่ 20-21 บาทต่อลิตร ถูกกว่าราคาดีเซลอยู่ 7-8 บาทต่อลิตร ซึ่งสัญญาณเห็นชัดแบบนี้ เชื่อว่าชาวสวนจะยิ่งใช้บี 20 หรือบี 100 กันเพิ่มขึ้น จะส่งผลถึงราคาผลปาล์มขยับขึ้นได้อีกซึ่งดีกว่ามาตรการรัฐที่ออกมาก่อนหน้านี้
นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ผลผลิตปาล์มนํ้ามันที่ออกสู่ตลาดในขณะนี้มีปริมาณมาก ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศเพื่อการบริโภคทั้งในครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนการส่งออกนํ้ามันปาล์มดิบมีข้อจำกัดและเสียเปรียบผู้ค้ารายใหญ่คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีผลผลิตจะออกมามาก ถือเป็นห้วงเวลาที่อันตราย เพราะโรงงานหยุดเดินเครื่องรับซื้อหลายวันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะทำให้เกษตรกรเร่งเก็บผลผลิตขายให้โรงงานเพื่อนำเงินมาจับจ่าย ราคารับซื้ออาจลดลงจากของมีมาก
ด้านนายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค.มารีน เทรดดิ้ง จำกัด เผยถึงการปรับเปลี่ยนแผนใหม่เพื่อดึงนํ้ามันปาล์มออกจากระบบให้มากขึ้น ทางรัฐบาลได้ให้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการกับ กฟผ. จำนวน 31 รายให้นำนํ้ามันปาล์มดิบที่จะส่งในเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมให้มาส่งเร็วขึ้น โดย กฟผ.จะจ่ายเงินทันที แล้วให้ทุกรายไปรับผิดชอบค่าเช่าคลังกลางเอง ถือว่าวิน-วิน
นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล
“ส่วนเรื่องที่ให้ ปตท.ส่งออกนํ้ามันปาล์มดิบ 1 แสนตันโดยซื้อในราคาตลาดแล้วส่งออกทันทีนั้น ต้องถามว่า ปตท.พร้อมที่จะขาดทุนหรือไม่ เพราะวันนี้ราคานํ้ามันปาล์มดิบตลาดโลกอยู่ที่ 12-13 บาทต่อกก. ราคาในประเทศที่ 14.70-15 บาทต่อกก. แต่ถ้ารัฐบาลไปชดเชยการขาดทุนให้ปตท. ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ปตท.มาซื้อ ส่งมาให้เอกชนทำก็ได้ ถ้ารัฐยอมชดเชย”
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,455 วันที่ 24-27 มีนาคม 2562










