
5 เทรนด์ด้านเทคโนโลยี ปี 2022 และ อนาคต (1)
5 เทรนด์ด้านเทคโนโลยี ปี 2022 และ อนาคต (1) : คอลัมน์บทความ โดย ดร.เวอร์เนอร์ โวเกิลส์ รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Amazon.com หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,761 หน้า 5 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2565
AWS เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีคลาวด์มานานกว่า 15 ปี เรามาถึงจุดที่โครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์ได้พัฒนาจนมาอยู่ในทุกสิ่งอย่างและเข้าถึงได้จากทุกที่บนโลก หรือแม้แต่ในอวกาศ ระบบคลาวด์ ทำให้สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนิยายวิทยาศาสตร์กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้
โมเดลและการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) นั้นดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดมากจนเราเห็นการนำไปใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ ที่เราเคยแค่จินตนาการตามในภาพยนตร์และการ์ตูน เรากำลังเข้าสู่ช่วงที่มีข้อมูลมากมาย การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ แทบจะทำได้ในทันทีและความสามารถของเราในการทำ ความเข้าใจข้อมูลด้วยวิธีใหม่ๆ นั้นก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ
แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการทำให้เรามีส่วนร่วมกับโลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปี 2022 นี้จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นในด้านเทคโนโลยีที่จะผลักดันเราทุกคนรวมถึงในประเทศไทยด้วยให้ก้าวต่อไปข้างหน้า
1. การพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องไม่พลาดที่จะรองรับเทคโนโลยี AI
การพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นกระบวนการที่สร้างสรรค์ แต่มีขั้นตอนซํ้าๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งในปี 2022 นี้แมชชีนเลิร์นนิง (ML) จะเข้ามามีบท บาทสำคัญโดยจะช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างโค้ดที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
เครื่องมือต่างๆ จาก AWS เช่น Amazon DevOps Guru, Amazon CodeGuru, GitHub Copilot และ GPT-3 เป็นขั้นตอนแรกๆ ที่ผมมองว่าเป็นอนาคตของการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยที่ ML ถูกใช้ในการพัฒนาโค้ดและขั้นตอนการทำงานของซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นความสามารถที่เพิ่มขึ้นอีกในด้านนี้
ML จะช่วยให้นักพัฒนาไม่ต้องเสียเวลาไปกับงานบางส่วน เช่น การตรวจสอบโค้ดและการแก้ไขจุดบก พร่องต่างๆ ซึ่งถือเป็นการยกภาระอันหนักอึ้งออกจากงานของพวกเขา และทำให้พวกเขาสามารถมุ่งความสนใจไปที่การสร้างสรรค์มากขึ้น เทคโนโลยีเดียวกันนี้จะช่วยให้เราเขียนระบบที่ซับซ้อนได้เร็วกว่าที่เคย และเปิดประตูสู่นักพัฒนาอีกระดับ
2. เมื่อคลาวด์อยู่ทุกที่ อุปกรณ์ที่อยู่ปลายทาง (edge) ที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ก็จะเพิ่มขึ้นตามมาด้วย
เราได้เห็นเทคโนโลยีคลาวด์ขยายเข้าไปสู่ทุกหนแห่งด้วยอุปกรณ์และโซลูชันต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน ในปี 2022 นี้ เราจะเห็นโซลูชันเหล่านี้นำคลาวด์มาใช้ได้เต็มศักยภาพเพื่อช่วยในการพัฒนา คลังสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ฟาร์ม และอื่นๆ ก็ต่อเมื่อมีโซลูชันที่ปลายทางที่ออกแบบให้รองรับงานต่างๆ เหล่านี้
สิ่งที่เราจะได้เห็นในปี 2022 นี้และในปีต่อๆ ไป คือ การที่คลาวด์เป็นมากกว่าโมเดลโครงสร้างพื้นฐาน และกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีเฉพาะทาง คลาวด์จะอยู่ในรถยนต์ กานํ้าชา และทีวีคลาวด์จะอยู่ในทุกสิ่งตั้งแต่รถบรรทุกที่ขับไปตามถนน ไปจนถึงเรือ และเครื่องบินที่ขนส่งสินค้า คลาวด์จะถูกใช้ทั่วโลกและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หรือระบบดิจิทัลเกือบทุกชนิดบนโลก หรือแม้แต่ในอวกาศ
3. การเพิ่มขึ้นของความอัจฉริยะโดยเฉพาะในการดูแลผู้สูงอายุ
ในปี 2022 นี้ บ้านและอาคารของเราจะกลายเป็นผู้ช่วยที่ดีขึ้นและเป็นเสมือนเพื่อนที่เอาใจใส่เรามากขึ้นและช่วยตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างแท้จริง ซึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ
สิ่งหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากที่สุดเกี่ยวกับเทคโนโลยี คือบทบาทในการแก้ปัญหาที่สำคัญต่างๆของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง หลังจากการพบปะกับลูกค้าทั่วโลกในหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นพวกเขาใช้เทคโนโลยีบนคลาวด์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านั้น เราจึงเริ่มบันทึกเรื่องราวของพวกเขาผ่านรายการ Now Go Build ซึ่งหนึ่งในลูกค้าที่สร้างแรงบันดาลใจและเราได้นำเสนอในรายการนี้ คือบริษัทในญี่ปุ่นชื่อ Z-Works ที่มุ่งเน้นไปที่ การปรับปรุงการดูแล และเอาใจใส่ผู้สูงอายุอย่างชาญฉลาด
เมื่อผู้ที่สะดวกมาทำหน้าที่ดังกล่าวมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งโซลูชันที่เกิดขึ้นคือการติดตั้งเซ็นเซอร์ในเตียงและทั่วทุกห้องในบ้านพักคนชรา เพื่อเชื่อมต่อทั้งหมดกับระบบคลาวด์ที่ทำ การวิเคราะห์ข้อมูลอยู่ตลอด
นอกจากนี้ เซ็นเซอร์เหล่านี้ไม่เพียงแค่ตรวจสอบสัญญาณชีพเท่านั้นแต่ยังสามารถบอกได้หากมีคนเข้าห้องนํ้าแล้วไม่กลับออกมา เนื่องจาก Z-Works ใช้โมเดลแมชชีนเลิร์นนิงที่ได้รับการเทรนในระบบคลาวด์ ทำให้ระบบสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลได้ด้วย
สิ่งเหล่านี้คือการตอบสนองต่อความต้องการมนุษย์ที่เกิดขึ้นจากพื้นที่อัจฉริยะ เรากำลังเข้าสู่แนวคิดอย่างเช่น การคำนวณโดยรอบ การรวบรวมข้อมูลของเซ็นเซอร์ IoT การรวบรวมและประมวลผลข้อมูลจากระยะไกล และอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ อย่าง Amazon Alexa ที่จะมีผลกระทบเชิงบวกอย่างที่เรารู้กัน
ในอีกหลายปีข้างหน้า เราจะเห็นพื้นที่อัจฉริยะเกิดขึ้นมากมายในหลายรูปแบบการใช้งาน โดยเฉพาะในการใช้เพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานพื้นฐานประจำวัน เช่น การปิดไฟ ล็อกประตู หรือปิดเตาไฟฟ้า ไปจนถึงการใช้งานในบริบทอื่นๆ ที่เทคโนโลยีสามารถทำได้
เช่น ถามคำถามเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีวิตประจำวันที่แตกต่างออกไป และดำเนินการแก้ไขเมื่อจำเป็น ซึ่งจะส่งผลให้การดูแล ผู้คนดียิ่งขึ้น และในกรณีของผู้สูงอายุนั่นหมายความว่าเราจะสร้างที่อยู่อาศัยในอีกระดับเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ที่บ้านได้อย่างสะดวกสบาย











