
จาก Trusted Connector สู่ Trusted Economy
จาก Trusted Connector สู่ Trusted Economy คอลัมน์เศรษฐ-สะกิด โดย ดร.เพ็ชร ชินบุตร
โลกกำลังเปลี่ยนกติกา และประเทศไทยต้องเปลี่ยนบทบาท กับโอกาสครั้งใหม่ในการยกระดับประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก ในงานประชุม IMF ที่กรุงเทพฯ ในการเสวนา Building Resilience in a Fragmented World วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เมื่อโลกกำลังแบ่งขั้ว ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเป็นมหาอำนาจ แต่สามารถสร้างความสำคัญทางเศรษฐกิจด้วยการเป็นประเทศที่ทุกฝ่ายไว้วางใจ เชื่อมโยง และต้องการร่วมลงทุน อ้างถึง การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทยในการนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจต่อประชาคมโลก
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอความคิด ในเวที Building Resilience in a Fragmented World เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ร่วมกับผู้นำ IMF ธนาคารโลก สาระสำคัญของการประกาศเจตนารมณ์นี้ไม่ใช่เพียงการประกาศว่าประเทศไทยพร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่เป็นการเสนอให้ประเทศไทยเปลี่ยนบทบาทจากประเทศที่รอรับโอกาสทางเศรษฐกิจ ไปสู่ประเทศที่สามารถสร้างโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยตนเอง
ภายใต้แนวคิด Thailand as a Trusted Connector ประเทศไทยในฐานะผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนจากยุค Globalization ที่มุ่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่ยุคที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การกระจายความเสี่ยง และความน่าเชื่อถือของพันธมิตร
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยจะเติบโตได้กี่เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า แต่คือ “ประเทศไทยจะสร้างบทบาทอะไรในระบบเศรษฐกิจโลก เพื่อให้การเติบโตในอีก 10–20 ปีข้างหน้าแตกต่างจากสองทศวรรษที่ผ่านมา?”
ประเทศไทยต้องเปลี่ยนบทบาท กับโอกาสครั้งใหม่ ใน 7 ทิศทางต่อไปนี้
1. Trusted Connector : ยุทธศาสตร์ของประเทศขนาดกลางในโลกที่แบ่งขั้ว ในอดีต ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนามักขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตสินค้าด้วยต้นทุนต่ำ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และส่งออกไปยังตลาดขนาดใหญ่แต่ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความแตกแยกจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ สงครามการค้า ความเสี่ยงด้านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
ดร.เอกนิติอธิบายว่า ความแตกแยกดังกล่าวส่งผลต่อเศรษฐกิจผ่านสามช่องทาง ได้แก่ การค้า ตลาดการเงิน และการย้ายฐานการลงทุน โดยประเทศไทยควรใช้ความน่าเชื่อถือและความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ในมุมเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ แนวคิด Trusted Connector สามารถต่อยอดได้ในบทบาท Trade / Investment / Knowledge Connector เชื่อมโยงการค้าและห่วงโซ่อุปทานระหว่างภูมิภาค
เชื่อมโยงเงินทุน เทคโนโลยี และฐานการผลิต องค์ความรู้ บุคลากร และนวัตกรรม ประเทศที่ทำหน้าที่เช่นนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด แต่ต้องมีความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าหลากหลายฝ่าย สิงคโปร์เป็นตัวอย่างของประเทศที่สร้างบทบาทศูนย์กลางการเงิน การค้า และโลจิสติกส์จากความเชื่อถือในสถาบันและกฎระเบียบ
ขณะที่เนเธอร์แลนด์พัฒนาบทบาทประตูการค้าและโลจิสติกส์ของยุโรปผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายธุรกิจ ประเทศไทยสามารถศึกษาแนวทางเหล่านี้โดยไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบทั้งหมด เพราะไทยมีฐานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว บริการสุขภาพ และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างออกไป
ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้ประเทศได้รับความไว้วางใจ ความไว้วางใจทางเศรษฐกิจต้องพิสูจน์ได้จากความแน่นอนของกฎหมาย ความโปร่งใส ความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ และความต่อเนื่องของนโยบาย นี่คือจุดที่ Trusted Connector ต้องพัฒนาไปสู่ Trusted Economy
2. Turning Capital into Capabilities เปลี่ยนเงินลงทุนจากต่างประเทศให้เป็นขีดความสามารถของประเทศ
หนึ่งในสาระที่สำคัญที่สุดของ ดร.เอกนิติ คือแนวคิด Turning Capital into Capabilities หรือการเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นขีดความสามารถข้อมูลที่รายงานในการประชุมระบุว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น 47% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวมากกว่า 10% ติดต่อกันสองไตรมาส ซึ่งต้องแยกให้ชัดระหว่างคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน การอนุมัติ และการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง เพราะทั้งสามขั้นตอนให้ผลทางเศรษฐกิจต่างกัน
ย้อนไปดูข่าวก่อนการประชุมจาก Reuters รายงานว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.34% ต่อปีในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจดังนั้น การเพิ่ม FDI จึงไม่ควรวัดความสำเร็จจากมูลค่าเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว
ประเทศไทยควรกำหนดแนวทางใหม่ว่า การส่งเสริมการลงทุนต้องมาพร้อมการสร้างความสามารถภายในประเทศ โดยไม่ใช้เงื่อนไขที่ขัดกับพันธกรณีการค้าระหว่างประเทศ แนวทางปฏิบัติที่สำคัญคือการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนกับการฝึกอบรมแรงงาน การวิจัยและพัฒนา การยกระดับผู้ประกอบการ และการสร้างฐานเทคโนโลยีระยะยาว เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ต่างชาติมาลงทุน แต่ต้องทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เก่งขึ้นจากการลงทุนของต่างชาติ
3. จากฐานการผลิตอุตสาหกรรมเดิม สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงประเทศไทยมีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และอาหารแปรรูปจุดแข็งนี้เป็นต้นทุนที่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ประเทศไทยอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนผลิตชิปขั้นสูงที่สุด ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและแข่งขันกับประเทศที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วแต่สามารถเริ่มจากอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับฐานการผลิตเดิม เช่น
การประกอบและทดสอบชิป อิเล็กทรอนิกส์กำลัง ระบบควบคุมอุตสาหกรรม ชิปสำหรับยานยนต์ และอุปกรณ์อัจฉริยะจากนั้นจึงขยายไปสู่การออกแบบวงจร การวิจัยวัสดุ และการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง หรือแม้แต่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยควรพัฒนาจากฐานประกอบรถยนต์ไปสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า แบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ยานยนต์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้ควรวัดจากสัดส่วนมูลค่าเพิ่มที่เกิดในประเทศไทย จำนวนบุคลากรทักษะสูง และความสามารถของบริษัทไทยในการแข่งขันระดับโลก
4. AI Transformation : เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลิตภาพของเศรษฐกิจไทย
การเปลี่ยนผ่านด้าน AI เป็นหนึ่งในวาระสำคัญที่ ดร.เอกนิติเสนอ และในการประชุมวันที่ 12 ตุลาคม ที่เน้นว่าการพัฒนา AI ต้องให้ความสำคัญกับคนและการสร้างโอกาส ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีประเด็นนี้มีนัยสำคัญอย่างมากต่อประเทศไทย เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาการเพิ่มผลิตภาพที่ไม่รวดเร็วพอ
ขณะที่กำลังแรงงานได้รับผลกระทบจากสังคมสูงวัย AI จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุตสาหกรรมใหม่ แต่ควรถูกมองเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ช่วยยกระดับทุกอุตสาหกรรมตัวอย่างเช่นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ลดของเสียและเวลาหยุดเครื่องจักรเกษตรกรใช้ AI วิเคราะห์สภาพอากาศ โรคพืช และความต้องการน้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ โรงพยาบาลใช้ AI สนับสนุนงานเอกสารและกระบวนการวินิจฉัยภายใต้การกำกับของบุคลากรทางการแพทย์
ธุรกิจท่องเที่ยวใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวและพัฒนาบริการเฉพาะบุคคล หน่วยงานรัฐใช้ AI ลดขั้นตอนเอกสารและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ หากสามารถเพิ่มผลิตภาพได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะมีโอกาสเติบโตโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนแรงงานในอัตราเดียวกับอดีตแต่ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนผ่านการอบรม AI หรือจำนวนซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง ตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าคือ ผลผลิตต่อชั่วโมงทำงาน ต้นทุนต่อหน่วย คุณภาพบริการ และรายได้ต่อแรงงาน ควรตั้งเป้าหมายจาก AI Adoption ไปสู่ AI Productivity Transformation
5. ASEAN Trusted Connector : เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นจุดเชื่อมเศรษฐกิจของภูมิภาคในโลกที่เศรษฐกิจแบ่งขั้ว อาเซียนมีโอกาสเพิ่มบทบาทในฐานะภูมิภาคที่เชื่อมโยงตลาดและฐานการผลิตของประเทศต่าง ๆ การเสนอให้อาเซียนพัฒนาการค้าภายในภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และโครงข่ายไฟฟ้า ASEAN Power Grid เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ประเทศไทยสามารถต่อยอดแนวคิดนี้ด้วยการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเศรษฐกิจด้าน ศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้า ที่ประเทศไทยสามารถเชื่อมเส้นทางการผลิตและขนส่งระหว่างจีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย และตลาดโลก ผ่านระบบราง ถนน ท่าเรือ และด่านการค้าชายแดน
ตัวอย่างเช่น การพัฒนาระบบขนส่งสินค้าจากจีนผ่านลาวเข้าสู่ไทย แล้วเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบังหรือมาเลเซีย โดยลดเวลาตรวจปล่อยสินค้าและใช้เอกสารดิจิทัลร่วมกัน มูลค่าที่ประเทศไทยได้รับจะไม่ได้เกิดจากค่าขนส่งเท่านั้น แต่รวมถึงธุรกิจคลังสินค้า ประกันภัย การเงิน การตรวจสอบคุณภาพ และบริการทางการค้า การเป็น ศูนย์กลางพลังงานสะอาดของภูมิภาค การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเป็นทั้งผู้ใช้ ผู้ซื้อขาย และผู้บริหารจัดการพลังงานระหว่างประเทศหากไทยสามารถเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ จะเพิ่มความสามารถในการดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น Data Center และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
รวมถึงการเป็นศูนย์กลางบริการระดับภูมิภาคเป้าหมายควรเป็นการสร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศทั้งนี้ การเป็นศูนย์กลางภูมิภาคต้องอาศัยการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อดึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจมาอยู่ในประเทศไทยฝ่ายเดียว
6. Energy Security : ความมั่นคงด้านพลังงานคือความสามารถในการแข่งขัน
หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ ดร.เอกนิติกล่าวถึงคือ ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางประมาณ 50% และได้พยายามกระจายแหล่งนำเข้าไปยังภูมิภาคอื่นเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องนี้สะท้อนว่า ความมั่นคงด้านพลังงานไม่ใช่เพียงประเด็นต้นทุนค่าครองชีพ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยอุตสาหกรรมแห่งอนาคตต้องการพลังงานที่มีคุณสมบัติสามประการพร้อมกัน ได้แก่ ราคาที่แข่งขันได้ ความมั่นคงในการจ่ายไฟ และการปล่อยคาร์บอนต่ำ
หากประเทศไทยมีไฟฟ้าแพงกว่าคู่แข่ง หรือไม่สามารถรับรองการใช้พลังงานสะอาดได้ตามมาตรฐานสากล โอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ย่อมลดลงดังนั้น ประเทศไทยควรเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน การซื้อขายไฟฟ้าสะอาด และกลไกการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนของภาคเอกชนตัวอย่างเช่น การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมที่สามารถจัดหาไฟฟ้าสะอาดพร้อมระบบรับรองแหล่งที่มาได้ จะช่วยให้นักลงทุนที่มีเป้าหมาย Net Zero ตัดสินใจลงทุนง่ายขึ้นการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องคำนึงถึงเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ต้นทุนที่แท้จริง และผลกระทบต่อประชาชน ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนโดยไม่วางแผนระบบรองรับ
7. จาก Tourism Economy สู่ High-Value Experience Economy ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แต่รูปแบบการเติบโตที่พึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัดการท่องเที่ยวที่เน้นปริมาณอาจสร้างรายได้สูงในระยะสั้น แต่ก่อให้เกิดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่หากนำแนวคิด Trusted Connector มาประยุกต์ใช้ ประเทศไทยควรเปลี่ยนจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ไปสู่ศูนย์กลางประสบการณ์และบริการที่มีคุณภาพสูงที่สามารถพัฒนาได้ ได้แก่
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การพักฟื้นระยะยาว การประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดภูเก็ตอาจพัฒนาบทบาทด้านสุขภาพและการพักอาศัยระยะยาว เชียงใหม่สามารถต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการเรียนรู้
ขณะที่กรุงเทพฯ สามารถยกระดับบทบาทศูนย์กลางการประชุมและบริการระดับภูมิภาคสิ่งสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เชื่อมโรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหาร ผู้ผลิตท้องถิ่น ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และชุมชนเข้าด้วยกันความสำเร็จจึงควรวัดจากรายได้สุทธิต่อผู้มาเยือน ระยะเวลาพำนัก มูลค่าเพิ่มที่อยู่ในประเทศ และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
ประเทศไทยจะเปลี่ยน FDI ให้เป็นรายได้ของคนไทยได้อย่างไร
ประเด็นที่ควรได้รับความสำคัญมากที่สุดในการเป็น Trusted Connector คือการกระจายผลประโยชน์จากการเติบโตเพราะในทางเศรษฐศาสตร์ การเพิ่มขึ้นของ GDP ไม่ได้หมายความว่ารายได้ของประชาชนทุกกลุ่มจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันประเทศอาจมีการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่หากกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเครื่องจักร ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเชื่อมโยงกับธุรกิจท้องถิ่นน้อย
ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับก็อาจจำกัดดังนั้น ควรสร้างกลไกเชื่อมการลงทุนกับเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเป็นระบบตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือการจัดทำโครงการ Thai Supplier Upgrade เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทข้ามชาติ โดยสนับสนุนมาตรฐานสินค้า การรับรองคุณภาพ การเข้าถึงเงินทุน และเทคโนโลยีการผลิตควบคู่กับการพัฒนา Skill Bridge ที่เชื่อมความต้องการแรงงานของนักลงทุนกับมหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา และสถาบันฝึกอบรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ ดร.เอกนิติกล่าวถึงในการประชุม
หากทำได้สำเร็จ เงินลงทุนจากต่างประเทศจะไม่เพียงสร้างงานใหม่ แต่ช่วยให้แรงงานไทยมีทักษะสูงขึ้น มีรายได้ดีขึ้น และสามารถเคลื่อนย้ายไปสู่อาชีพที่มีผลิตภาพสูงกว่าเดิมนี่คือการเปลี่ยนจากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุน ไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยความสามารถของคนและธุรกิจไทย เพื่อให้ Trusted Connector เป็นมากกว่าคำประกาศเชิงนโยบาย ประเทศไทยควรกำหนดโครงการที่มีเจ้าภาพชัดเจน วัดผลได้ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริง
ข้อเสนอต่อไปนี้เป็นการคิด ในฐานะคนไทยที่อยากเห็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์เกิดขึ้น
1. Thailand Trusted Investment Fast Track เปลี่ยนคำขอลงทุนเป็นการลงทุนจริง
2. ASEAN Supply Chain Gateway เพิ่มมูลค่าการค้า โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน
3. National AI Productivity Mission เพิ่มผลิตภาพของ SMEs เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ
4. Thai Supplier Upgrade เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
5. Government Trust & Regulatory Reform เพิ่มความโปร่งใส ลดต้นทุนกฎระเบียบ และสร้างความเชื่อมั่น
คำถามตามมาที่สำคัญคือการมีระบบบริหารยุทธศาสตร์ที่เชื่อมการลงทุน การพัฒนาคน โครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงกฎระเบียบเข้าด้วยกัน Trusted Connector จะไม่สำเร็จหากไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านหนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย และพื้นที่ทางการคลัง Reuters รายงานว่าหนี้สาธารณะของไทยกำลังเข้าใกล้เพดาน 70% ของ GDP จึงต้องเลือกลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมชัดเจน ความสำเร็จจึงต้องมาจากทั้งนโยบายเศรษฐกิจที่ดีและความสามารถของรัฐในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ : ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากการวัดกิจกรรมเป็นการวัดผลลัพธ์ การประเมิน Trusted Connector ไม่ควรจำกัดอยู่ที่จำนวนข้อตกลงความร่วมมือหรือมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุน แต่กำหนดตัวชี้วัดระดับประเทศ และจัดทำเป้าหมายที่ผ่านการประเมินความเป็นไปได้ และที่สำคัญ สามารถแยกความสำเร็จของการประกาศนโยบายออกจากความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่ประชาชนสัมผัสได้ จากประเทศที่โลกมาลงทุน สู่ประเทศที่โลกต้องการเชื่อมโยง
ดร.เอกนิติ มองประเทศไทยจากบริบทเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่มองจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศเพียงอย่างเดียวในโลกที่กำลังแบ่งขั้ว ความสามารถในการสร้างความไว้วางใจอาจกลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้นแต่การเป็น Trusted Connector จะสร้างผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวให้เป็นการลงทุนจริง การเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาทักษะ และการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศประเทศไทยมีจุดแข็งจากทำเลที่ตั้ง ฐานอุตสาหกรรม ความหลากหลายของภาคเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ
จุดแข็งเหล่านี้จะสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีการพัฒนาสถาบันเศรษฐกิจ กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และทุนมนุษย์ควบคู่กันไปจาก Trusted Location ประเทศที่ต่างชาติเชื่อมั่นว่าจะเข้ามาลงทุนได้สู่ Trusted Connector ประเทศที่สามารถเชื่อมตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และผู้คนเข้าด้วยกันและท้ายที่สุด Trusted Economy ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจน่าเชื่อถือ มีผลิตภาพสูง สร้างนวัตกรรมได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง
เป้าหมายที่ไม่ใช่การทำให้ประเทศไทยเป็นเพียงจุดหมายปลายทางของเงินทุนโลก แต่ต้องทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยตนเองมากขึ้น เพราะในระยะยาว ประเทศที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เพียงประเทศที่ดึงดูดเงินทุนได้มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนเงินทุน เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นให้เป็นความสามารถในการแข่งขันและความกินดีอยู่ดีของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
“ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงประเทศที่โลกอยากเข้ามาลงทุน แต่ควรเป็นประเทศที่โลกเข้ามาเชื่อมโยง ร่วมมือ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจร่วมกัน”







