
ประวัติชีวิต “โจ ไบเดน”(Joe Biden) ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา
เปิดประวัติ "โจ ไบเดน" หรือ โจเซฟ โรบิเนตต์ ไบเดน จูเนียร์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 46
โจเซฟ โรบิเนตต์ ไบเดน จูเนียร์ (Joseph Robinette Biden, Jr.) หรือ “โจ ไบเดน” ที่ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นเคยในชื่อนี้ เป็นนักการเมืองชาวอเมริกัน สังกัดพรรคเดโมแครต เขาเคยดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 ระหว่าง พ.ศ. 2552 ถึง 2560 ในสมัยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา นอกจากนี้ ยังเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเดลาแวร์ถึง 7 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี พ.ศ. 2515 -2552
ไบเดนเกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2485 (ค.ศ. 1942) ที่เมืองสแครนตัน ในรัฐเพนซิลเวเนีย และอาศัยอยู่ที่เมืองนี้จนอายุได้ 10 ขวบจึงย้ายมาอยู่ที่เมืองเดลาแวร์จวบจนปัจจุบัน ความขัดสนยากจนในวัยเด็กทำให้ชีวิตของโจ ไบเดน มากด้วยปัญหาและความท้าทาย ต้องกัดตีนถีบทำงานรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ หาเงิน แต่ความยากลำบากก็หล่อหลอมให้เขามีความอดทน และมุมานะเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เขาสนใจการเมืองตั้งแต่เด็กโดยมีจอห์น เอฟ. เคนเนดี และริชาร์ด นิกสัน เป็นบุคคลต้นแบบ ไบเดนตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านกฎหมาย และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยซีราคิวส์จนสำเร็จการศึกษา ก่อนจะเริ่มการทำงานเป็นทนายความ
- เปิดนโยบาย "โจ ไบเดน" ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46
- ถอดรหัสจากโพล: คนกลุ่มไหนเทใจหนุน “ไบเดน”
- นักวิชาการ เชื่อ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ดีกับไทย
ไบเดนประกอบอาชีพเป็นทนายความตั้งแต่ปี 2512 และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะลูกขุนเมื่อปี 2513 การได้ทำงานคลุกคลีกับปัญหาของผู้คนที่เป็นลูกความ ทำให้โจ ไบเดน ยิ่งมุ่งมั่นสนใจงานการเมือง และนับตั้งแต่ปี 2515 เป็นต้นมา เขาก็ได้รับเลือกตั้งเป็นสภาชิกวุฒิสภาของรัฐเดลาแวร์ โดยเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ที่ได้เข้ามารับตำแหน่งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ
นอกจากนี้ เขายังสามารถครองตำแหน่งยาวนานถึง 36 ปี โดยนับจากเข้ารับตำแหน่งวุฒิสมาชิกครั้งแรกในปี 2515 จากนั้นมา เขาก็ชนะการเลือกตั้งอีกในปี 2521, 2527, 2533, 2539 และ 2545 นับเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ครองตำแหน่งได้ยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ
ไบเดนเป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศมายาวนานจนได้เป็นประธานของคณะกรรมการชุดนี้ ศิลปะการเจรจาของเขาเคยนำมาซึ่งความช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐและการเข้าแทรกแซงในสงครามบอสเนีย เขาออกเสียงสนับสนุนนโยบายการแก้ปัญหาสงครามอิรัก แต่ต่อมาได้ประกาศจุดยืนว่าอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนั้น ไบเดนยังได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการศาลยุติธรรมสำหรับสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย โดยมีบทบาทสำคัญในประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด อาชญากรรม การป้องกันภัย และสิทธิพลเมือง ทั้งยังเป็นแกนนำในการเสนอกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาชญากรรมการใช้ความรุนแรงและการบีบบังคับ และกฎหมายว่าด้วยการคุกคามสตรี
ไบเดนเคยลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2531 และ 2551 แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในปี 2551 บารัก โอบามา ผู้สมัครที่ได้ตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตตัดสินใจเลือกไบเดนเป็นคู่หู ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2551 ซึ่งทั้งคู่ประสบความสำเร็จ
ไบเดนประกาศที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในพ.ศ. 2563 โดยเขาเลือกคามาลา แฮร์ริส นักกฎหมายและสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นคู่สมัครรับเลือกตั้ง เสริมทีมเลือกตั้งให้แข็งแกร่งเพราะคามาลาเป็นนักการเมืองสตรีผิวสีที่มากความสามารถและเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย
ในวันที่ 20 พ.ย. ปีนี้ โจ ไบเดน จะมีอายุครบ 78 ปี และถ้าหากเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ คนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา เขาก็จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐว่า เป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดขณะเข้ารับตำแหน่ง ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาเป็นหลักประกันยืนยันได้ว่า พร้อม ๆกับตัวเลขอายุที่สูงขึ้นนั้น อุปสรรคชีวิตที่ผ่านมามากมาย ทำให้โจ ไบเดน มีมุมมองที่สุขุม แข็งแกร่ง และไม่เคยย่อท้อให้กับอุปสรรคใด ๆที่ขวางหน้า
สำหรับชีวิตครอบครัว โจ ไบเดน เคยมีประวัติที่เจ็บปวดในการต้องสูญเสียทั้งภรรยาและบุตรสาวในอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนวันคริสต์มาสปี 2515 เพียง 1 สัปดาห์ เขามีบุตร 3 คนจากการสมรสครั้งแรก คือ โบ (เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง) ฮันเตอร์ และเอมิลี (เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์) 5 ปีต่อมาเขา พบรักและแต่งงานอีกครั้งในปี 2520 กับ “จิลล์” ครูสาวที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน






