
อิหร่าน เมินดีลทรัมป์ ผนึก 'โอมาน' ลุยแบ่งเปอร์เซ็นต์เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ
โลกพุ่งเป้าจับตา อิหร่าน จับมือ โอมาน เตรียมปิดดีลประวัติศาสตร์คุมช่องแคบฮอร์มุซสัปดาห์นี้ ชูโมเดลแบ่งเปอร์เซ็นเก็บค่าธรรมเนียมน่านน้ำเข้า-ออกมหาศาล ท่ามกลางภาวะสหรัฐฯ จนตรอกกระสุนหมดคลังและแรงกดดันเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- อิหร่านและโอมานใกล้บรรลุข้อตกลงในการจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
- ข้อตกลงใหม่กำหนดให้เรือขาเข้าผ่านเส้นทางที่อิหร่านควบคุม และเรือขาออกผ่านน่านน้ำของโอมาน
- มีการเสนอให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยอิหร่านต้องการ 5-7% และโอมานเสนอ 3% ของมูลค่าสินค้า
- อิหร่านยื่นเงื่อนไขว่าสหรัฐฯ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรือของตน เพื่อให้ข้อตกลงเกิดเสถียรภาพในระยะยาว
วิกฤตการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อมากว่า 5 เดือน นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กำลังก้าวเข้าสู่ "จุดเปลี่ยน" ครั้งสำคัญที่สุด เมื่อมีการเปิดเผยว่าร่างข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนโฉมหน้าการคุมเส้นทางยุทธศาสตร์น้ำมันโลกไปตลอดกาล ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการประนีประนอมครั้งใหญ่ของมหาอำนาจสหรัฐฯ และความลึกลับภายในทำเนียบผู้นำอิหร่านเอง
โมเดลใหม่ 'ฮอร์มุซ' อิหร่านคุมขาเข้า-โอมานคุมขาออก
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานตรงกันถึงความคืบหน้าที่ชัดเจนที่สุดมาจาก เอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ที่ระบุว่าการร่างข้อตกลงร่วมกับโอมานอยู่ใน "ขั้นตอนสุดท้าย" โดยมีการตกลง "พิกัดทางภูมิศาสตร์" ของเส้นทางเดินเรือใหม่เรียบร้อยแล้ว
สาระสำคัญของดีลนี้คือการกำหนดโครงสร้างใหม่ให้เรือพาณิชย์เดินทางเข้าสู่กัลฟ์ผ่านเส้นทางที่อิหร่านควบคุม และเดินทางออกผ่านน่านน้ำที่โอมานควบคุม
หากข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ จะถือเป็นการมอบอำนาจ (Concession) ครั้งใหญ่ให้อิหร่านในการควบคุมการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งขัดกับหลักการเดิมที่สหรัฐฯ เคยยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านเข้ามามีบทบาทเหนือเส้นทางเดินเรือสากล โดยก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นน่านน้ำสากลที่เปิดเสรีและไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ
สงคราม 'ค่าธรรมเนียม' และเงื่อนไขปลดล็อกคว่ำบาตร
ประเด็นที่เป็น "กระดูกขวางคอ" สำคัญคือการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ (Service fees) โดยอิหร่านยื่นข้อเสนอขอจัดเก็บที่ 5-7% ของมูลค่าสินค้า เพื่ออ้างว่าเป็นค่าดูแลความปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะที่โอมานเสนอที่ 3% แต่ทางฝั่งสหรัฐฯ ยังคงแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการเรียกเก็บเงินทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ อิหร่านยังย้ำชัดว่าการตกลงเรื่องเส้นทางกับโอมานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องแลกกับการที่สหรัฐฯ จะต้องยุติการ "ปิดล้อมท่าเรือ" ของอิหร่านด้วย โดยปัจจุบันสหรัฐฯ ยังคงปิดกั้นเรือเข้า-ออกพอร์ตของอิหร่านไปแล้วกว่า 48 ลำ
หากสหรัฐฯ ไม่ถอยในประเด็นนี้ อิหร่านก็เตือนว่าเสถียรภาพในช่องแคบจะยังคงไม่เกิดขึ้น และการเปิดน่านน้ำจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวระยะเวลา 2-4 เดือนเท่านั้น
เยเมนป่วน-เลบานอนระอุ
ขณะที่การเจรจาในฮอร์มุซดำเนินไป พื้นที่อื่นในภูมิภาคกลับยังคุกรุ่น กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยังคงเดินหน้า "ปิดล้อมทางเรือ" ต่อซาอุดีอาระเบีย โดยล่าสุดได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน Daisy ในอ่าวเอเดน จนต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ขณะที่ทางฝั่งเลบานอน ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์เริ่มสั่นคลอน หลังอิสราเอลสั่งอพยพประชาชนและเริ่มการโจมตีรอบใหม่
การบรรลุข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานในสัปดาห์นี้จึงถูกมองว่าเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" ที่จะช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจโลกดิ่งเหวไปมากกว่านี้ โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังทรงตัวอยู่ที่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อรอดูผลลัพธ์ของดีลประวัติศาสตร์นี้






