thansettakij
thansettakij
สหรัฐฯ คุมเข้มหุ่นยนต์ผลิตต่างประเทศ จีนกระทบหนัก หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าข่าย

สหรัฐฯ คุมเข้มหุ่นยนต์ผลิตต่างประเทศ จีนกระทบหนัก-หุ่นดูดฝุ่นโดนด้วย

05 ส.ค. 69 | 02:52 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 03:46 น.

สหรัฐฯ เพิ่มหุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตในต่างประเทศเข้าสู่บัญชีอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคง ส่งผลให้หุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เข้าข่ายโดยทั่วไปไม่สามารถขออนุญาตจาก FCC เพื่อนำเข้า ทำตลาด หรือจำหน่ายในสหรัฐฯ ได้ มาตรการมีขอบเขตกว้างถึงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและอุปกรณ์อัจฉริยะบางประเภท

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ เพิ่ม "หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตในต่างประเทศ" ในบัญชีสินค้าควบคุมความปลอดภัย (Covered List) โดยอ้างถึงความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติและโครงสร้างพื้นฐาน
  • มาตรการดังกล่าวแม้ไม่ได้ระบุชื่อประเทศ แต่ถูกมองว่ามุ่งเป้าควบคุมหุ่นยนต์รุ่นใหม่จากจีนเป็นหลัก ซึ่งจีนได้ออกมาคัดค้านและขู่จะตอบโต้
  • คำจำกัดความของหุ่นยนต์ขั้นสูงครอบคลุมอุปกรณ์หลายประเภท ทำให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและหุ่นยนต์ตัดหญ้าอัจฉริยะที่ผลิตในต่างประเทศอาจเข้าข่ายถูกควบคุมด้วย

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ หรือ Federal Communications Commission: FCC ประกาศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เพิ่ม “หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตในต่างประเทศ” เข้าใน Covered List หลังหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่าอุปกรณ์ดังกล่าวอาจสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่ได้ระบุเฉพาะประเทศจีน แต่ Reuters รายงานว่าเป้าหมายสำคัญคือการควบคุมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขารุ่นใหม่จากจีน ท่ามกลางความกังวลว่าจีนอาจมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐฯ

ไม่ใช่การแบนสินค้าทุกรุ่น

มาตรการของ FCC ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ต่างประเทศทุกเครื่องจะถูกห้ามนำเข้าหรือเรียกคืนทันที แต่จะกระทบกับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตจาก FCC

สหรัฐฯ คุมเข้มหุ่นยนต์ผลิตต่างประเทศ จีนกระทบหนัก-หุ่นดูดฝุ่นโดนด้วย

สินค้ารุ่นที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่มาตรการมีผล ร้านค้ายังสามารถนำเข้า ทำตลาด และจำหน่ายได้ ขณะที่อุปกรณ์ที่ผู้บริโภคซื้อไปแล้วไม่ได้รับผลกระทบ ผู้ผลิตในต่างประเทศยังสามารถยื่นขอ Conditional Approval เพื่อแสดงว่าอุปกรณ์ของตนไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดได้

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจำนวนมากอาจเข้าข่าย

FCC กำหนดให้หุ่นยนต์ขั้นสูงที่อยู่ภายใต้มาตรการต้องเป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่บนพื้น มีระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางหรือนำทาง ทำงานจากคำสั่งระยะไกลหรือข้อมูลจากเซ็นเซอร์ และมีน้ำหนักรวมมากกว่า 4.4 ปอนด์ หรือประมาณ 2 กิโลกรัม

อุปกรณ์ยังต้องมีเซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม เชื่อมต่อเครือข่ายด้วยความเร็วอย่างน้อย 200 กิโลบิตต่อวินาที และใช้ซอฟต์แวร์ เฟิร์มแวร์ AI หรือระบบเรียนรู้ของเครื่องในการควบคุมการเคลื่อนที่ เก็บข้อมูล หรือรับคำสั่งจากระยะไกล

เกณฑ์ดังกล่าวทำให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หุ่นยนต์ตัดหญ้า และหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัจฉริยะหลายรุ่นอาจเข้าข่าย แม้เอกสารของ FCC จะไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์หรือสั่งห้ามหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทุกผลิตภัณฑ์ก็ตาม

ส่วนรถยนต์เชื่อมต่อ รถไฟ อากาศยานไร้คนขับ ยานใต้น้ำ อุปกรณ์การแพทย์ และแขนกลอุตสาหกรรมแบบติดตั้งประจำที่ ไม่อยู่ภายใต้คำจำกัดความดังกล่าว

สหรัฐฯ กังวลข้อมูลและการควบคุมจากระยะไกล

FCC ให้เหตุผลว่า หุ่นยนต์สมัยใหม่ติดตั้งกล้อง ไมโครโฟน เซ็นเซอร์ LiDAR ระบบตรวจจับความร้อน และระบบเชื่อมต่อเครือข่าย ทำให้อุปกรณ์สามารถรวบรวมข้อมูลและสร้างแผนที่พื้นที่ซึ่งหุ่นยนต์เข้าไปทำงานได้

หากระบบมีช่องโหว่ ผู้ไม่หวังดีอาจเข้าถึงข้อมูล เฝ้าระวังผู้ใช้งาน หรือควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์จากระยะไกล ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าอาจกระทบทั้งความปลอดภัยของประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

จีนประกาศพร้อมตอบโต้

กระทรวงพาณิชย์จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการดังกล่าวทันที พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ขยายแนวคิดด้านความมั่นคงเกินขอบเขต เลือกปฏิบัติต่อบริษัทและสินค้าจีน ตลอดจนบิดเบือนกลไกตลาดและดำเนินการแบบฝ่ายเดียว

จีนยังระบุว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ หากสหรัฐฯ ยืนยันเดินหน้ามาตรการต่อไป

เงินลงทุนฮิวแมนนอยด์ครึ่งปีแรกแซงทั้งปี 68

สหรัฐฯ คุมเข้มหุ่นยนต์ผลิตต่างประเทศ จีนกระทบหนัก-หุ่นดูดฝุ่นโดนด้วย

ข้อมูลจากของ Statista ซึ่งอ้างอิง Tracxn ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกระดมทุนได้แล้ว 4.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 146,700 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการลงทุนตลอดปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 101,900 ล้านบาท ถึงประมาณ 43.9% ทำให้ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่แล้ว แม้เพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งปี

เมื่อรวมตั้งแต่ปี 2560 ถึงครึ่งแรกปี 2569 เงินลงทุนในสตาร์ทอัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อยู่ที่ประมาณ 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 314,100 ล้านบาท โดยเงินลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 คิดเป็นเกือบ 46.8% ของยอดเงินลงทุนสะสมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวนับเฉพาะเงินลงทุนจากธุรกิจร่วมลงทุนและเงินลงทุนเพื่อการเติบโตที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่รวมเงินลงทุนจากภาครัฐและการระดมทุนผ่านการก่อหนี้

ฮิวแมนนอยด์ต่างจากแขนกลโรงงานอย่างไร

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ การเคลื่อนไหว หรือความสามารถบางส่วนใกล้เคียงมนุษย์ เพื่อให้สามารถทำงานในพื้นที่ซึ่งเดิมออกแบบไว้สำหรับคน เช่น โรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน หรือสถานพยาบาล

หุ่นยนต์บางรุ่นเดินด้วยสองขา ขณะที่บางรุ่นมีลำตัวและแขนคล้ายมนุษย์แต่ใช้ฐานล้อ จึงไม่ควรกำหนดว่าฮิวแมนนอยด์ทุกตัวต้องมีขาสองข้างเสมอไป

ส่วนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม เช่น แขนกลสำหรับเชื่อม พ่นสี หรือยกชิ้นส่วน มักได้รับการออกแบบสำหรับงานเฉพาะและติดตั้งอยู่กับที่ ซึ่ง FCC ระบุชัดว่าแขนกลแบบติดตั้งประจำที่สำหรับงานอุตสาหกรรมหรือการแพทย์ไม่อยู่ในขอบเขตมาตรการครั้งนี้

เรียบเรียงจาก รอยเตอร์  และ Statista