
ทรัมป์ ลั่นเปิดฮอร์มุซพรุ่งนี้ ฟาดยักษ์น้ำมัน "รวยจากสงคราม" จี้ลดราคาด่วน
เปิดชนวนเหตุ "โดนัลด์ ทรัมป์" ถล่มเอ็กซอน-เชฟรอนรวยบนวิกฤตสงคราม สั่งหั่นราคาน้ำมันช่วยปชช.ด่วน พร้อมเบรกแผนถล่มเตหะรานอ้าง "ดีลลับ" ใกล้บรรลุผล เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซพรุ่งนี้ ขณะที่อิหร่านสวนกลับยืนยันไม่มีการเจรจา จับตาราคาดิบดิ่งรับข่าวดี
KEY
POINTS
- โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดในวันรุ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงเกือบ 5%
- ทรัมป์วิจารณ์บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ว่าฉวยโอกาสทำกำไรมหาศาลจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และเรียกร้องให้ลดราคาลงเพื่อช่วยเหลือประชาชน
- คำประกาศของทรัมป์ขัดแย้งกับท่าทีของอิหร่าน ซึ่งปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลกทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่างรุนแรงว่าฉวยโอกาสทำกำไรบนความทุกข์ยากของประชาชนในช่วงสงคราม
ขณะเดียวกันก็ได้ประกาศระงับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านโดยอ้างว่าข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกำลังจะเกิดขึ้น "ภายในวันพรุ่งนี้" ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงทันทีเกือบ 5% แม้ว่าทางการอิหร่านจะยังคงปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ก็ตาม
ทรัมป์ฟาดค่ายน้ำมันยักษ์ใหญ่ "ทำกำไรมากเกินไป"
ในระหว่างการลงนามในคำสั่งบริหารที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พุ่งเป้าโจมตีบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง ExxonMobil และ Chevron โดยระบุว่าบริษัทเหล่านี้ทำกำไร "มากเกินไป" จากการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน
ทรัมป์ชี้ว่าราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นกว่า 37% นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งในเดือนกุมภาพันธ์ และเรียกร้องให้บริษัทเหล่านี้ปรับลดราคาลงเพื่อคืนกำไรให้แก่สาธารณชน
ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 พบว่า ExxonMobil มีกำไรพุ่งสูงถึง 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
ขณะที่ Chevron ทำกำไรได้ถึง 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 5 เท่า ทรัมป์ยังได้ประกาศด้วยความมั่นใจว่าหากความขัดแย้งสิ้นสุดลง ราคาน้ำมันโลกจะ "ดิ่งลงเหว" อย่างแน่นอน
ตลาดขานรับข่าวดี น้ำมันโลกร่วงแรง 5% หลังสหรัฐฯ เบรกแผนถล่ม
กระแสข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียปรับตัวลดลงทันที โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 4.5% มาอยู่ที่ 83.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ลดลง 4.6% มาอยู่ที่ 80.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การร่วงลงของราคาเป็นผลมาจากความหวังที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถึง 20% ของโลกจะกลับมาเปิดสัญจรตามปกติ
ทรัมป์ระบุว่าเขาตัดสินใจระงับแผนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ซึ่งเขาอ้างว่าจะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าได้รับการขอร้องจากพันธมิตรในอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ซึ่งเชื่อว่าโอกาสในการบรรลุข้อตกลงทางการทูตกำลังเปิดกว้าง
ดีลลับ สุดงง ทรัมป์อ้างฝ่ายเดียวเปิดฮอร์มุซพรุ่งนี้-อิหร่านยันไม่คุยด้วย
ความขัดแย้งในข้อมูลยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อทรัมป์ยืนยันเพียงฝ่ายเดียวว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วและช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานได้สมบูรณ์ภายในวันพรุ่งนี้
แต่ทางด้านนายเอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กลับยืนกรานว่า "ไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ" และระบุว่าการพูดคุยที่มีอยู่นั้นเป็นการหารือกับ "โอมาน" เพื่อหาทางออกเรื่องเส้นทางเดินเรือชั่วคราวเท่านั้น
อิหร่านย้ำว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่หยุดการกระทำที่ก้าวร้าว ขณะที่ทรัมป์ออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าผู้นำอิหร่าน "กลับกลอกอย่างไม่น่าเชื่อ" โดยอ้างว่าฝ่ายอิหร่านเป็นผู้ร้องขอการเจรจาเอง
เดิมพันทางการเมืองและยุทธศาสตร์ "กำแพงเหล็ก"
นักวิเคราะห์มองว่าท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันภายในประเทศ เนื่องจากผลสำรวจพบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 ที่สนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ และประเด็นราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังกลายเป็นจุดอ่อนของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ในขณะที่อิหร่านดูเหมือนจะใช้ยุทธศาสตร์ยื้อเวลา โดยเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างพวกเขา และพยายามสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ผ่านกลุ่มตัวแทนและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันมาตรการปิดล้อมทางเรือที่เขาเรียกว่า "กำแพงเหล็ก" (Wall of Steel) โดยประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีสิ่งใดผ่านเข้าไปยังอิหร่านได้ จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหรืออิหร่านยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง พร้อมทิ้งท้ายว่านี่คือ "โอกาสสุดท้าย" ของเตหะรานก่อนจะเผชิญกับแผนการขั้นเด็ดขาดที่เตรียมไว้







