
ดีลแห่งปี 2564
เปิด 4 ดีลใหญ่ “ซื้อขาย-ควบรวมกิจการ” ที่เกิดขึ้นในปี 64 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอภายหลังการแพร่ระบาดโควิด-19
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมาฉุดให้ชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.2 % ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีที่จะขยายตัวได้ราว 3.5-4 %
อย่างไรก็ตามแม้ภาวะเศรษฐกิจในปี 2564 จะอยู่ในภาวะถอดถอย กลับเป็นการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการ เพื่อเสริมศักยภาพการทำธุรกิจของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนั้นๆ ถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในกลุ่มทุนที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินมากขึ้น จึงได้เห็นดีลขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย
“เซ็นทรัล” ซื้อ“เซลฟริดเจส”
ถือเป็นดีลประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก เมื่อกลุ่มเซ็นทรัล ยักษ์ค้าปลีกอันดับ 1 ของเมืองไทยทุ่มงบก้อนโตเกือบ 1.8 แสนล้านบาท เข้าซื้อกิจการกลุ่มเซลฟริดเจส (Selfridges) ของตระกูลเวสตัน ในสัดส่น 50% ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้าหรูทั้ง 18 แห่ง อาทิ ห้างสรรพสินค้า เซลฟริดเจส (Selfridges) บนถนนออกซ์ฟอร์ด ในกรุงลอนดอน, แมนเชสเตอร์ และเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ, ห้างสรรพสินค้าดี แบนคอร์ฟ (de Bijenkorf) ประเทศ เนเธอร์แลนด์, ห้างสรรพสินค้า บราวน์ โทมัส (Brown Thomas) และอาร์นอตส์ (Arnotts) ประเทศไอร์แลนด์ รวมถึงธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ และกิจการด้านแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ทั้งหมดของกลุ่มเซลฟริดเจส ดีลที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็น Big Move ของกลุ่มเซ็นทรัลครั้งใหญ่สุด ในการสยายปีกยึดพื้นที่ค้าปลีกใน 35 เมืองสำคัญจาก 8 ประเทศในยุโรป และจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้กลุ่มเซ็นทรัลมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด จากปี 2562 ที่มียอดขายในต่างประเทศ 5 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นเป็น 7 พันล้านยูโร ในปี 2567 ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้
แม็คโครควบโลตัสบุกเอเชีย
ที่เขย่าวงการค้าปลีกของไทยเมื่อกลุ่มซีพี ขยับตัวอีกครั้ง หลังเข้าซื้อกิจการ “เทสโก้” ในไทยและมาเลเซียมีมูลค่ากว่า 3.38 แสนล้านบาท เมื่อปี 2563 ได้ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกใหม่ โอนกิจการโลตัส รวมมูลค่ากว่า 2.17 แสนล้านบาท ให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลของ “สยามแม็คโคร” (Makro) ด้วยเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจแม็คโคร และลดความเสี่ยงที่กลุ่มซีพี ต้องแบกรับหนี้ก้อนโตจากการเข้าซื้อกิจการในปีก่อน หลังโอนกิจการควบรวมกันได้สำเร็จ จะทำให้แม็คโครและโลตัสมียอดขายรวมกันถึง 4.27 แสนล้านบาท เป้าหมายต่อไปของ “แม็คโคร” คือการนำทัพบุกภูมิภาคเอเชีย ทั้งในรูปแบบ B2B และ B2C ผ่านทุกๆแพลตฟอร์ม ทั้งการขยายสาขาในฟอร์แมทไฮเปอร์มาร์เก็ต, ซูเปอร์มาร์เก็ต และมินิ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงแพลตฟอร์ม O2O โดยหมุดหมายสำคัญคือ จีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ตามด้วย อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แต่ที่น่าสนใจคือ จะทำให้แลนด์สเคปของอุตสาหกรรมอาหารและค้าปลีกเมืองไทยเปลี่ยนไป
“กัลฟ์”เทค “อินทัช” ผงาด AIS
ส่วนวงการโทรคมนาคม ดีลที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการตลาดหุ้น โทรคมนาคม เครือข่ายธุรกิจพลังงาน และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจโทรคมนาคมของไทย คือ การเข้าเทกโอเวอร์บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH โดยบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ยักษ์ใหญ่แห่งวงการพลังงาน ของ “เสี่ยกลาง” นายสารัชถ์ รัตนาวะดี อภิมหาเศรษฐีอันดับ 5 ของไทย (จัดอันดับล่าสุดปี 2564) ที่ต้องการขยายอาณาจักรไปยังบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ GULF กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 42.25% ส่วนกลุ่มสิงเทลเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 21.21% สิ่งที่น่าสนใจของดีลนี้ คือ การได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ INTUCH เท่ากับ GULF จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทลูกอย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ AIS ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 1 ของไทย ที่มีผู้ใช้ 43,657,900 เลขหมาย และมีคลื่นความถี่ให้บริการ 4G-5G จำนวนมากสุด 1,420 MHz นอกจากนี้ยังมีธุรกิจเน็ตบ้าน หรือ เอไอเอสไฟเบอร์ ที่มีผู้ใช้ราว 1.5 ล้านราย และยังมีบริการลูกค้าองค์กร ที่ให้บริการโซลูชัน Cloud, Cybersecurity และ ICT solution ที่มียอดการเติบโตปีละ 20%
“ทรู ควบรวม ดีแทค” ขึ้นเบอร์1
รวมทั้งเมื่อเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศการพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยการสนับสนุนให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ควบรวมกิจการ ตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ พร้อมพัฒนาธุรกิจเพิ่มเติมในส่วนที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ ระบบคลาวด์เทคโนโลยี ไอโอที อุปกรณ์อัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ดิจิทัลมีเดียโซลูชั่น และปรับโครงสร้างเพื่อให้สนับสนุนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) โดยการจัดตั้ง Venture Capital ที่มุ่งเน้นลงทุนในสตาร์ทอัพไทย และสตาร์ทอัพต่างประเทศ หากดีลข้ามปีดังกล่าวสำเร็จ ซึ่งใช้เวลาพิจารณาอีกประมาณ 9 เดือนจะทำให้มีฐานผู้ใช้รวมกัน 51.3 ล้านเลขหมาย “ทรูมูฟเอช” มีลูกค้า 32 ล้านเลขหมาย “ดีแทค” มีลูกค้า 19.3 ล้านเลขหมาย และมีคลื่นความถี่รวมกัน 1,175 MHz












