
ศาล รธน.สั่งรอข้อมูลเพิ่ม 2 คดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน - บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่นัดวินิจฉัย 2 คดี สั่งรอความเห็น เอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และคดีใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รอข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ใน 2 คดีสำคัญ คือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
- คดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการตรวจสอบว่า การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
- คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เป็นการตรวจสอบข้อร้องเรียนว่า การใช้รหัสบนบัตรอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รอความเห็น เอกสารหลักฐาน และข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณา 2 คดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม ได้แก่ คดีตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท และคดีร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา
สำหรับคดีแรก เป็นกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 133 คน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
ต่อมาประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นมายังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง ว่า พระราชกำหนดดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
ในการประชุมพิจารณาวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา จึงให้รอความเห็นและเอกสารหลักฐานจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งศาลได้มีคำสั่งเรียกข้อมูลเพิ่มเติมไปก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนดำเนินการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
ขณะที่อีกคดีหนึ่ง เป็นกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนรวม 22 คำร้อง ขอให้พิจารณาส่งคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้เกี่ยวข้อง ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ร้องเห็นว่า การกำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) อาจทำให้สามารถตรวจสอบหรือเชื่อมโยงถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนนได้ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับ อันเป็นสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
ในชั้นพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ยังจำเป็นต้องรอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้อยคำพยาน ความเห็นทางวิชาการ รวมถึงพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อประกอบการวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีดังกล่าว
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง และจัดทำข้อมูลเสนอต่อองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ผลการประชุมล่าสุดยังไม่มีการวินิจฉัยหรือกำหนดกรอบเวลาสำหรับการตัดสินทั้งสองคดี โดยกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริง ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ และเอกสารหลักฐานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยในอนาคต







