
ถาวร จี้“บิ๊กตู่”ใช้อำนาจเด็ดขาด เอาผิดนักการเมืองแพร่โควิด
“ถาวร”จี้ “บิ๊กตู่ ”ใช้อำนาจเด็ดขาดเอาผิดทางกฎหมายกับนักการเมืองแพร่โควิด ชี้มองประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว ยัน สน.ทองหล่อ รู้ดีใครต้นตอระบาดรอบใหม่
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สังคมรู้ดีว่าใครเป็นต้นตอให้เกิด การแพร่เชื้อโควิดคลัสเตอร์ย่านทองหล่อ จนนำมาสู่การระบาดครั้งใหญ่ โดยปฎิเสธที่จะเอ่ยชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับแพร่เชื้อโควิดระลอกใหม่ อ้างว่าเป็นการก้าวล่วง “เรื่องนี้คนที่จะให้ตำตอบดีที่สุดคือ ตำรวจสน.ทองหล่อ แม้ตนพูดไปก็จะไร้น้ำหนัก เป็นส.ส.ก็จริงแต่ตอนนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะมีน้ำหนักตรงไหน ผมรู้แต่จะไม่พูด” นายถาวรกล่าวและว่า
“การแก้ปัญหา ผู้มีอำนาจต้องใช้กฎหมายเล่นงานคนทำผิด นั้นคือตำรวจหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือนักการเมืองที่กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นผู้รับผิดชอบพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ หรือผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ให้สั่งตามอำนาจหน้าที่”
นายถาวรย้ำว่า คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ คือ
หนึ่ง ใครรับผิดชอบการสอบสวนตามไทม์ไลน์ และเมื่อพบว่าใครพูดเท็จ โดยจับจากเครื่องมือสื่อสารในทุกย่างก้าวก็รู้อยู่แล้วว่าอยู่ไหน ในห้วงเวลาที่ถูกล็อกดาวน์แล้วไปทำกิจกรรมอยู่ที่แห่งนั้นได้อย่างไร
สอง การปล่อยปละละเลยของผู้มีอำนาจไม่ว่าเป็นบ่อนหรือนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาโดยผิดกฎหมาย หรือแหล่งบันเทิงเริงรมย์ ของผู้เข้าไปใช้บริการ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ผิดทั้งหมด
นายถาวร กล่าวว่า ที่ต้องออกมาพูดเรื่องนี้เพราะต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้ความเด็ดขาด วิกฤตโควิดเกิดครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สอง รัฐบาลเอาอยู่ แต่พอเกิดครั้งที่สาม ไปเจอสิ่งที่ลูบหน้าปะจมูกเข้า กลับเอาไม่อยู่ ทำให้คนเสื่อมศรัทธาขึ้นมา
“ท่านนายกฯก็เหมือนกันครับ ด้วยความเคารพ ผมคิดว่า ความไว้วางใจและไม่ไว้วางใจขึ้นอยู่กับการได้มองประโยชน์สาธารณะให้มีคุณค่ามากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว ที่ได้รับความเชื่อมั่นทางโพลล์และอาจจะเรียกว่าคนที่เสนอชื่อไว้ในวันเลือกตั้งท่านน่าจะมีคะแนนสูงสุดจากการทำโพลล์ ขอให้นายกฯเรียกศรัทธาคืน ”
นอกจากนี้ นายถาวรยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในแง่ความผิดของผู้ละเมิดพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องโทษจำคุกมากหรือน้อย สำคัญที่สุดคือ ถ้าใครทำละเมิดกฎหมายทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเชื่อมโยง ก็ต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อผู้กระทำละเมิดได้ ที่สำคัญที่สุดอีกประการคือ ความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อจริยธรรม ต่อหลักคุณธรรมเป็นเรื่องใหญ่มาก
แฉบิ๊กอภิสิทธิ์ชน ปลูกกัญชา-เปิดบ่อน-เข้าออกไทย-กัมพูชา
ก่อนหน้านี้ นายถาวร เสนเนียม ได้เคยให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ ว่า มีการเสนอทางรอดหนึ่งในการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 คือต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ทุกฉบับไปจับกุมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดการแพร่เชื้อคลัสเตอร์ย่านทองหล่อ ตั้งแต่ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศกัมพูชาแล้วมายังย่านทองหล่อ แม้วิธีนี้จะช่วยเรียกศรัทธาจากประชาชนได้ แต่กลับถูกให้ระงับการดำเนินการดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งตนเห็นว่าถ้ารัฐบาลต้องการจะเรียกศรัทธาคืน จะต้องจัดการแนวทางนี้อย่างเด็ดขาด
"ผมเสนอด้วยความหวังดี ผมไม่พูดการเมืองมานาน แต่ตอนนี้เห็นคนไทยเดือดร้อนจึงทนไม่ได้ และมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีนักการเมือง พ่อค้า ผู้มีอิทธิพลไปปลูกกัญชาฝั่งกัมพูชาจำนวนมาก และไปทำบ่อนการพนันด้วย การเข้า-ออกของคนเหล่านี้มีอภิสิทธิ์จนส่งผลให้นำเชื้อโควิด-19 เข้ามาด้วยอีกทางหนึ่ง และนำมาแพร่ในบ้านเรา"นายถาวรกล่าวและว่า การแก้ปัญหาโรคโควิด -19 ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กลไกหลายอย่างและใช้กฎหมายอีกหลายฉบับซึ่งมีการระบุไว้อยู่แล้วว่าใครบ้างที่เป็นผู้รักษาการ ตามกฎหมายแต่ละฉบับ คนเหล่านั้นจึงถือเป็นผู้รับผิดชอบต้องจัดการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น ขอให้รัฐบาลฉีดยาแรงและทำทันที เพื่อให้เรียกศรัทธากลับคืนมาได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่ละรอบ ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากจน ไม่ได้ทำมาหากิน ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูและเยียวยา รวมถึงพัฒนาประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชูวิทย์ จี้ผู้มีอำนาจ เร่งจัดการโควิดคลองเตยหวั่นซ้ำรอยคลัสเตอร์ทองหล่อ
- ผวา! โควิดคลัสเตอร์ทองหล่อ สายพันธุ์อังกฤษแพร่เร็วขึ้นถึง 1.7 เท่า
- "หมอยง"เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์อังกฤษคลัสเตอร์ทองหล่อมาจากกัมพูชา
- ติดเพิ่ม 6 คน สสจ.บุรีรัมย์ แจงไทม์ไลน์ “ศักดิ์สยาม” รับเชื้อคณะทำงาน
- เอาด้วย! “สิระ”จี้“รมต.ติดโควิด”ตอบสังคมเที่ยวผับบาร์มาหรือไม่






